หลังจากจบอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ประชาชนให้ความสนใจไปที่ศึกนอกสภาระหว่างนายกรัฐมนตรีและธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

2 กันยายน 2564 ประเด็นร้อนการเมือง ขณะนี้ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ 5 รัฐมนตรี ในสภาฯ เสียแล้ว

แต่เป็นประเด็นนอกสภาฯ ทั้งลึก ทั้งลับ ทั้งร้อน ทั้งหน้า และมี "ร้าวถึงแตกยับ"

ปรากฎว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ 5 รัฐมนตรี ผ่านไป 2 วัน ปรากฎว่าพรรคพลังประชารัฐ "แตกเละ" 

ถ้าเป็น "มวย" กรรมการต้องจับแพ้น็อค  ศึกซักฟอกนายกฯ แต่พลังประชารัฐ"แตกยับ"

จริงๆ แล้วการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านอภิปรายได้ดีมาก มีส.ส.ดาวรุ่งหน้าใหม่ลุกขึ้นมาอภิปรายเนื้อหาน่าสนใจ

แต่ว่าเนื้อหาดีๆ เหล่านั้น ถูกกลบด้วยปัญหานอกสภา โดยเฉพาะปัญหาเนื้อในพรรคพลังประชารัฐ

โฟกัสทั้งหมดไปอยู่ที่เดียวคือ หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะจบอย่างไรจบสวยหรือไม่  

อารมณ์ทั้งหมดไปอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐ 

แน่นอนว่า เมื่อจบการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ จะทำให้เสียงของพรรคพลังประชารัฐ ผันแปร คาดว่าเรื่องนี้อาจ "จบไม่สวย"

เห็นทีว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ จะเป็นการ "ล้มนายกรัฐมนตรี" 

ว่ากันว่า ราคา "กล้วย" ที่สภาผู้แทนราษฎร ขณะนี้ "ราคาขึ้น" รายวัน

โดยเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ราคา 3 หวี วันที่ 30 ส.ค. 5 หวี วันที่ 1 ก.ย. 7 หวี 

ในที่นี้สนนราคาที่ 1 หวี = 1 ล้าน

ปรากฏการณ์ในวันนี้นายกฯ นั่งคุยกับส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากต้องการรับฟังความคิดเห็น และต้องใกล้ชิดกับส.ส. เพราะมันมีกระแสข่าวความน้อยใจของส.ส. ซึ่งไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่จังหวะนี้เป็นจังหวะที่ดีที่สุด เนื่องจากอำนาจในการยุบสภา เมื่อถูกฝ่ายค้านยื่นซักฟอก แล้วนายกฯ ไม่สามารถยุบสภาได้ 

มีข่าวลือจาก ธรรมนัส กรณีอาจมีการทวงคืนตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรีจากนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะโควตากลาง ประมาณ 7 โควตา

 

  ศึกซักฟอกนายกฯ แต่พลังประชารัฐ"แตกยับ"

 

การปรับครม. "มีฝีมีหนองเกิดขึ้น" มีการล่ารายชื่อ มีเหตุประทุขึ้นมาเมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 

โดยนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาพูดกับสื่อ 3 ประเด็น 1.การระดมส.ส.เพื่อโควตคว่ำ ไม่เป็นสุภาพบุรุษ 2.ยุบสภา ผมไม่ทำแน่นอน 3.แอบอ้างสถาบัน

ทางฝั่งของ ธรรมนัส ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “อย่าถามเรื่องประเด็นนี้ การเมืองเราต้องแยกให้ชัดเจน การเมืองคือการเมือง อย่าดึงสถาบัน ลงมาเกี่ยว ทุกอย่างอยู่ที่ท่านหัวหน้า(พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ) จะให้นโยบายอย่างไร... 

...แต่ทุกอย่างอยู่ที่เอกสิทธิ์และสิทธิของส.ส.แต่ละท่านว่าจะตัดสินใจในเรื่องเสียง เราไปครอบงำเขาไม่ได้หรอก กว่าจะมาเป็นส.ส.เขาผ่านอะไรมาเยอะ”

พร้อมๆ กับการปรากฎตัวอย่างลับๆ ของนายพล "พ" เป้าหมายคือโค่นรัฐมนตรีมหาดไทย ถึงกับต้องเช็คเสียงส.ส.รายตัว

สงครามอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ยังไม่จบ เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งนับศพทหาร ศึกซักฟอกนายกฯ แต่พลังประชารัฐ"แตกยับ"