การใช้ LPG เฉลี่ยอยู่ที่ 16.61 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 11.3) เนื่องจากการใช้ ในภาคปิโตรเคมีที่สูงขึ้นมาอยู่ที่ 7.42 ล้านกก./วัน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 26.4) และการใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.84 ล้านกก./วัน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 14.5) สำหรับภาคครัวเรือนมีการใช้อยู่ที่ 5.62 ล้านกก./วัน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.8) อย่างไรก็ตาม การใช้ในภาคขนส่งลดลงมาอยู่ที่ 1.72 ล้านกก./วัน (ลดลง ร้อยละ 15.2)
การใช้ NGV เฉลี่ยอยู่ที่ 3.21 ล้านกก./วัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ลดลง ร้อยละ 15.8) โดยเป็นผลต่อเนื่องจาก การแพร่ระบาดของ COVID-19 ประกอบกับจำนวนสถานีบริการและรถ NGV ที่ลดลง
การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2564 เฉลี่ยอยู่ที่ 900,713 บาร์เรล/วัน ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ลดลง ร้อยละ 1.9) โดยการนำเข้าน้ำมันดิบลดลงมาอยู่ที่ 862,264 บาร์เรล/วัน (ลดลง ร้อยละ 2.7) อย่างไรก็ตาม มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 53,306 ล้านบาท/เดือน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 34.5) เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้น สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ LPG) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 38,449 บาร์เรล/วัน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 20.3) คิดเป็นมูลค่าการนำเข้า 2,362 ล้านบาท/เดือน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 62.7)
การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2564 เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล ไบโอดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน น้ำมันก๊าด และ LPG โดยปริมาณส่งออกลดลงมาอยู่ที่ 183,752 บาร์เรล/วัน (ลดลง ร้อยละ 7.0) คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 12,120 ล้านบาท/เดือน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 39.3)