จากการสอบถาม นางพัชรินทร์ พรมมิด อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 952 ม.3 ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก คนขับรถเก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีเทา หมายเลขทะเบียนป้ายแดง พ-1106 กทม. เล่าให้ฟังว่าตนออกรถป้ายแดงมาได้ประมาณ 1 เดือน ขณะเกิดเหตุเดินทางมากับลูกชายวัย 1 ขวบ 9 เดือน เพียงลำพัง โดยลูกชายนั่งอยู่บนคาร์ซีทด้านหลัง
ขณะเกิดเหตุรถบนสะพานติดมาก ตนก็ชะลอรถขับตามรถคันหน้าโดยอยู่เลนขวา เพราะเลนซ้ายมีการก่อสร้างทำให้รถทยอยเบี่ยงเข้าเลนส์ขวา ขณะเกิดเหตุรถคันหน้าเบรคกะทันหัน ทำให้ตนเองต้องเบรครถตาม จากนั้นก็ได้ยินเสียงที่บริเวณท้ายรถและแรงกระแทกของรถดังสนั่น ตนรีบนำลูกออกมาจากรถ พอลงมาก็เข่าแทบทรุดเลยเพราะเห็นรถชนท้ายกันจำนวนมาก โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจึงแจ้งตำรวจและเรียกประกัน
ด้านนางสาวกมลวรรณ เสถียรดี อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 340/2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผู้ขับขี่รถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ-3909 พิษณุโลก คันที่ 3 ที่มุดไปอยู่ใต้ท้องรถกระบะนาวาร่ารถเสียหายทั้งคัน เล่าให้ฟังด้วยอาการตกใจว่า ขณะเกิดเหตุก็ขับมาปกติเลนขวา มองเห็นรถด้านหน้าทยอยเบี่ยงเข้าเลนขวา จึงคิดว่าน่าจะมีการก่อสร้างอะไรสักอย่าง
จู่ๆ เห็นรถกระบะคันหน้าเบรคกะทันหัน ตนพยายามเบรคตามแต่ไม่ทันจึงพุ่งชนท้ายรถกระบะนิสสัน นาวาร่า ก่อนที่จะมีรถกระบะฟอร์ดอีกคันชนท้ายตนอย่างแรง ทำให้รถตนมุดไปอยู่ใต้ท้องรถนิสสัน นาวาร่า สภาพพังยับ ตนตกใจมากตอนที่รถมุดเข้าไป ตั้งสติได้ก็ข้ามไปเบาะหลังเพื่อเปิดประตูรถออก