ทั้งสหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลีย เตือนให้พลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสนามบินในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถาน เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงตกเป็นเป้าของการก่อการร้าย ขณะที่บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนฉวยโอกาสขูดรีดเรียกค่าคุ้มครองไปสนามบินกว่า 2 แสนบาท

รัฐบาลอังกฤษออกคำเตือนให้ประชาชนที่อยู่ในสนามบินนานาชาติฮามิด คาไซ ในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถานอพยพไปยังที่ปลอดภัย เพราะมีความเสี่ยงสูงมากขึ้้นเรื่อยๆ ที่สนามบินจะถูกโจมตีจากกลุ่มก่อการร้าย  ISIS-K ที่เป็นศัตรูกับตาลีบัน กระทรวงต่างประเทศอัปเดตคำแนะนำว่าคนที่ต้องการออกจากอัฟกานิสถาน ให้เลือกเส้นทางอื่นที่คิดว่าปลอดภัยและให้รีบไปโดยเร็วที่สุด

 

3 ชาติเตือนเลี่ยงไปสนามบินคาบูล-หวั่นก่อการร้าย

นอกจากนี้กระทรวงต่างประเทศออสเตรเลียประกาศให้พลเมืองเลี่ยงไปสนามบินในคาบูลเพราะมีความเสี่ยงสูงมากอาจถูกโจมตีโดยผู้ก่อการร้าย

 

และก่อนหน้านั้นหลายชั่วโมง กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ออกคำเตือนว่า สำหรับประชาชนซึ่งอยู่ที่ประตูแอบบี ประตูตะวันออก และประตูเหนือของสนามบินอยู่แล้ว ควรออกจากที่นั่นทันทีเนื่องจากมีความเสี่ยงด้านความมั่นคง

 

3 ชาติเตือนเลี่ยงไปสนามบินคาบูล-หวั่นก่อการร้าย

 

ขณะนี้หลายประเทศกำลังเร่งอพยพพลเมืองของตัวเองออกจากอัฟกานิสถานให้ทันกำหนดเส้นตายในวันที่ 31 ส.ค.และทหารอังกฤษยังคงทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่ออพยพล่ามชาวอัฟกันและทีมงานอื่นๆ ที่เคยทำงานให้อังกฤษเกือบ 2,000 คน ในเวลาที่กระชั้น ท่ามกลางกระแสข่าวว่า การอพยพอาจจะยุติลงในวันนี้ (26 ส.ค.) และเบน วอลเลซ รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ ยังแนะนำให้ชาวอัฟกันบางคนที่ต้องการหนีไปอังกฤษ ควรเดินทางข้ามชายแดนเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อมุ่งหน้าต่อไปยังประเทศที่สามแทน

 

ขณะที่มีรายงานคนหลั่งไหลไปยืนต่อแถวเพื่อข้ามพรมแดนไปยังปากีสถานจำนวนมาก และบริษัทคู่สัญญาด้านการรักษาความปลอดภัยในท้องถิ่น เรียกค่า "อารักขา" พาเข้าสนามบิน 5,500 ปอนด์ หรือราว 225,000 บาท ซึ่งเงินส่วนใหญ่ต้องเอาไปจ่ายให้ตาลีบัน ที่ปิดถนนและตั้งด่านตรวจทั่วเมืองหลวง