แต่เมื่อติดตามไปอีกสี่เดือนหลังจากนั้น รวมเป็นหกเดือนหลังฉีดเข็มที่ 2 พบว่าประสิทธิผลลดลงเหลือ 83.7% เป็นการลดลง 12.5% ในเวลา 4 เดือน หรือลดลง 6% ทุก 2 เดือน
ส่วนเรื่องผลข้างเคียงพบว่า ในกลุ่มที่ฉีดวัคซีน จะมีอาการมากกว่ากลุ่มไม่ฉีดวัคซีนอย่างมีนัยสำคัญ แต่อาการไม่ได้รุนแรงมาก
จากการติดตามเพิ่มเติมจากสองเดือนเป็นหกเดือนหลังฉีด พบว่ามีอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย เหงื่ออกลางคืน และที่พบเป็นอาการใหม่ไม่เคยพบมาก่อนคือ มีเหงื่อออกที่ฝ่ามือ
นอกจากนี้ ทาง Pfizer ระบุ จะติดตามกลุ่มอาสาสมัครเหล่านี้ไปอีกเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี
แล้วจะนำข้อมูลประสิทธิผลของอาสาสมัคร ( Efficacy ) ไปประกอบกับประสิทธิผลของการป้องกันในโลกแห่งความเป็นจริง ( Effectiveness ) จึงจะสามารถบอกได้ว่า จำเป็นจะต้องมีการฉีดกระตุ้นเข็มสามหรือไม่ และช่วงระยะเวลาควรห่างจากเข็มสองนานเท่าใด คงจะต้องติดตามกันต่อไป
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 (Covid-19) ในประเทศไทยนั้น ทีมข่าวอ้างอิงข้อมูลมาจากเพจ "ฐานเศรษฐกิจ" ติดตามข้อมูลการรายงานจากศูนย์ข้อมูลโควิด-19 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.- พบว่า มีการฉีดสะสมแล้ว 27,038,999 โดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 20,430,028 ราย ฉีดครบ 2 เข็มจำนวน 6,065,003 ราย และฉีดเข็มที่ 3 จำนวน 543,968 ราย