24 สิงหาคม 2564 ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ระบุว่า ข้อมูลการคาดการณ์ของนักวิชาการว่า การติดเชื้อโควิด-19 ของเดือนก.ย.จะลดลงในผู้ป่วยทุกกลุ่ม และสัญญาณบวกของวัคซีนไฟเซอร์/ไบออนเทคที่จะเริ่มเข้ามานับล้านโดสปลายเดือนก.ย. และกว่า 5 ล้านโดสในเดือนต.ต. ทยอยจนครบ 30 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ ทำให้รัฐบาลน่าจะเบาใจได้ระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายของรัฐในภาวะวิกฤตเช่นปัจจุบันคงต้องเตรียมการไว้สำหรับฉากทัศน์ที่รุนแรงหรือต้องเตรียมรับสถานการณ์ที่เลวร้ายไว้
ดังนั้น ในระยะสั้นเดือนก.ย. และต.ค.ที่จะถึงนี้ ความวิกฤตที่จะเกิดขึ้นคือ ความไม่มั่นใจว่าจะมีวัคซีนพอสำหรับประชาชนกลุ่มที่จะต้องได้รับวัคซีน AstraZeneca เข็มที่ 2 ในทุกวิธีการฉีดไม่ว่าจะเป็น ฉีดไขว้กับซิโนแวค หรือ AstraZeneca 2 เข็มหรือไม่ แล้วจะทิ้งให้คนหน้างานตามต่างจังหวัดทั่วประเทศรับหน้าแทนรัฐบาลอีกหรือไม่ เหมือนที่ไม่มีวัคซีนให้ฉีดเพียงพอเมื่อเดือนมิถุนายน และ กรกฎาคม ที่ผ่านมา
การจะมีวัคซีน AstraZeneca เดือนละ 10 ล้านโดสในเดือนก.ย. และ ต.ค.64 จึงมีความจำเป็น เพื่อนอกจากจะรับรองการมีวัคซีนสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และ ผู้ตั้งครรภ์ (กลุ่ม 608) เพื่อป้องกันการเสียชีวิตของประชาชนกลุ่มเปราะบางนี้นับพันนับหมื่นชีวิตแล้ว ยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับรัฐบาลที่ยังไม่สามารถทำอะไรให้ถูกใจประชาชนได้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาอีกด้วย