จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ได้พบกับนายกฤษณพงษ์ พูนสวัสดิ์ นักโบราณคดี อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ก็ให้ข้อมูลว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้รับพัสดุจากนักท่องเที่ยวรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้ชายอยู่ต่างจังหวัด ข้างในกล่องพัสดุก็จะเป็นก้อนหินภูเขาไฟ ขนาดประมาณ 2 นิ้วจำนวน 1 ก้อน และมีจดหมายเป็นแผ่นกระดาษที่เขียนด้วยลายมือ ระบุข้อความว่า "ข้าพเจ้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอกราบขอขมาด้วยกาย วาจา ใจ ขอคืนสู่อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง ข้าพเจ้าเก็บตรงกลางทางขึ้นปราสาทนานแล้ว *เห็นข่าวตอนเช้า 18 ส.ค. 64 จึงนึกขึ้นได้ ขอคืนสู่พนมรุ้ง" ซึ่งคาดว่านักท่องเที่ยวรายดังกล่าวน่าจะมาท่องเที่ยวแล้วหยิบหินก้อนดังกล่าวไปจากบริเวณทางเดินหลัก ก่อนจะขึ้นตัวปราสาท ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้นำหินก้อนดังกล่าวที่ นทท.ส่งพัสดุมาไปเก็บไว้ที่ใต้ต้นมะขาม บริเวณชานชลากากบาท ก่อนถึงทางดำเนินเสานางเลียง ทางขึ้นตัวปราสาทเรียบร้อยแล้ว ในจดหมายไม่ได้ระบุเนื้อหาว่าไปเจออะไรมาบ้างถึงได้ส่งก้อนหินมาคืน เพียงระบุว่าเห็นในข่าวว่ามีคนส่งดินที่เอาไปจากพนมรุ้งกลับมาคืน
นักโบราณคดี ฝากถึงนักท่องเที่ยวที่เคยหยิบสิ่งใดติดไม้ติดมือไปช่วงที่มาเที่ยว ไม่ว่าจะเอาไปเป็นของที่ระลึก หรือเอาไปบูชาตามความเชื่อ หากต้องการจะส่งคืนเจ้าหน้าที่ก็ยินดี พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ถึง นทท.ด้วยว่าไม่ว่าจะมาไปเที่ยวโบราณสถานแห่งใดก็ตาม ไม่ควรจะหยิบฉวยอะไรไปด้วย เพราะถือว่าเป็นสมบัติของคนไทยทุกคน สำหรับปราสาทพนมรุ้งในรอบเดือนนี้ก็เป็นรายที่สองแล้วที่แล้วที่ นทท.ส่งดินและหินที่หยิบไปกลับมาคืน
อย่างไรก็ตามช่วงนี้ปราสาทพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำยังเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมตามปกติแล้ว ภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันเชื้อไวรัสโควิดอย่างเข้มงวด
โดย - สุรชัย พิรักษา