ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ‘สาธิต รังคสิริ’ อดีตอธิบดีสรรพากร ‘ศุภกิจ ริยะการ’ อดีตสรรพากรบางรัก คดีทุจริตคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้ง 2 รายยื่นประกัน ส่วนเอกชนเจอคุก 6 ปี 8 เดือน ฐานสนับสนุน สั่งชดใช้คืนกว่า 3 พันล้าน ยึดทรัพย์ทองคำแท่งหนักรวม 7,000 บาท

เมื่อวานนี้ (19 ส.ค.64) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำพิพากษาคดีฉ้อโกงเงินภาษี ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามทุจริต 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร จำเลยที่ 1 นายศุภภิจ หรือสิริพงศ์ ริยะการ หรือริยะการธีรโชติ อดีตสรรพากรพื้นที่ กทม. เขต 22 (บางรัก) จำเลยที่ 2  นายประสิทธิ์ อัญญโชติ อายุ 59 ปี จำเลยที่ 3 และนายกิติศักดิ์ อัญญโชติ อายุ 35 ปี จำเลยที่ 4 สองพ่อลูก ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ 

คุกตลอดชีวิต! บี้จ่าย 3 พันล้าน "สาธิต" อดีตบิ๊กสรรพากร

คุกตลอดชีวิต! บี้จ่าย 3 พันล้าน "สาธิต" อดีตบิ๊กสรรพากร

ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 147, 151, 157 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 (เดิม) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172

 

โดยอัยการโจทก์ฟ้องสรุปความผิดว่า ระหว่างวันที่ 20 พ.ค.2555 - 26 ต.ค.2556 พวกจำเลยร่วมกัน และสนับสนุนการกระทำความผิด คือร่วมกันขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จหลอกลวงกรมสรรพากร เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร และเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 ผู้เสียหาย เพื่อให้ได้ไปซึ่งเงินคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรมสรรพากร และรัฐโดยทุจริต

 

คุกตลอดชีวิต! บี้จ่าย 3 พันล้าน "สาธิต" อดีตบิ๊กสรรพากร

คุกตลอดชีวิต! บี้จ่าย 3 พันล้าน "สาธิต" อดีตบิ๊กสรรพากร

พฤติการณ์ของจำเลยกับพวกเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อให้ข้อเท็จจริงที่บริษัทนิติบุคคลทั้ง 25 แห่งนั้น ไม่มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มอันเป็นการฉ้อฉลนั้นถูกปกปิด จนที่สุดจำเลยที่ 2 ด้วยความรู้เห็นเป็นใจของจำเลยที่ 1 ได้พิจารณาอนุมัติคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทนิติบุคคลทั้ง 25 แห่งจำนวนหลายครั้ง 
 

ในการนี้ นายประสิทธิ์ อัญญโชติและนายกิติศักดิ์ อัญญโชติ ทั้ง 2 คนเป็นพ่อลูกกัน กับพวกได้มารับเอาเงินจำนวนตามที่ได้มีการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทนิติบุคคลทั้ง 25 แห่งดังกล่าว ไปแบ่งปันกันโดยทุจริตกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1ได้นำเงินบางส่วนที่ได้รับแบ่งปันโดยทุจริตไปซื้อทรัพย์สินเป็นทองคำแท่งไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว การกระทำของพวกจำเลยดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจของตนไปโดยมิชอบและทุจริตเบียดบังเงินของรัฐที่อยู่ในอำนาจจัดการดูแลเก็บรักษาของตน ไปเป็นของตนเองและบุคคลอื่นโดยทุจริต เป็นเหตุให้กรมสรรพากร กระทรวงการคลังและรัฐได้รับความเสียหายเป็นเงิน 3,097,016,533.99 บาท

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้ว เห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษาว่า นายสาธิต และนายศุภกิจ จำเลยที่ 1-2 มีความผิดตามป.อ.มาตรา 147 (เดิม), 151 (เดิม) และ 157 (เดิม) ประกอบ ป.อ.มาตรา 83 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 

 

คุกตลอดชีวิต! บี้จ่าย 3 พันล้าน "สาธิต" อดีตบิ๊กสรรพากร

การกระทำของจำเลยที่ 1-2 เป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดต่อกฎหมายหลายบท ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นไปเสีย และฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐหรือเจ้าของทรัพย์นั้น เป็นบทหนักซึ่งมีโทษเท่ากัน
 

ศาลจึงให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นไปเสีย แต่เพียงบทเดียว ตาม ป.อ.มาตรา 90 ลงโทษจำคุกนายสาธิตจำเลยที่ 1 และนายศุภกิจ จำเลยที่ 2 ไว้ตลอดชีวิต

 

ส่วนนายประสิทธิ์ จำเลยที่ 3 มีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 157 (เดิม), 265 (เดิม), 268 (เดิม), 341 (เดิม) ประมวลรัษฎากร มาตรา 90/4 (3)(6 (เดิม) )(7) ประกอบ ป.อ.มาตรา 86 กระทำของจำเลยที่ 3 เป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ.มาตรา 90 ลงโทษจำคุกนายประสิทธิ์ จำเลยที่ 3 เป็นเวลา 6 ปี 8 เดือน

โดยให้จำเลยทั้งสาม ร่วมกันชดใช้เงิน 3,097,016,533.99 บาท แก่กรมสรรพากรกระทรวงการคลัง และนับ

โทษของจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำ ฟย.23/2560 (หมายเลขแดง ฟย.47/2561) ของศาลอาญา ริบของกลางทองคำแท่งน้ำหนัก 77 กิโลกรัม ทองคำแท่งน้ำหนักรวม 7,000 บาททองคำตามคำขอท้ายฟ้อง และทองคำแท่งทุกรายการที่ส่งมอบแก่คณะกรรมการจัดการทรัพย์สิน เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2562 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ส่วนจำเลยที่ 4 พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อพิรุธน่าสงสัย จึงพิพากษายกฟ้อง

คุกตลอดชีวิต! บี้จ่าย 3 พันล้าน "สาธิต" อดีตบิ๊กสรรพากร

ต่อมาทนายความของนายสาธิต จำเลยที่ 1 และนายศุภกิจ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ ขอปล่อยชั่วคราว เพื่อสู้คดีต่อในชั้นอุทธรณ์ ศาลอาญาคดีทุจริต ฯ พิจารณาแล้วเห็นควรส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์ พิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป ส่วนนายกิติศักดิ์ จำเลยที่ 3 ไม่ได้ยื่นประกัน