ออกมาแสดงความคิดเห็นอีกครั้งสำหรับ”ผู้ว่าฯปู-นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี”ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ที่พูดถึงปัญหาการทำงานในสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเปรียบหากเป็นสงครามระเบียบขั้นตอนเป็นสิ่งที่ทำให้พ่ายแพ้

วันนี้ (20 ส.ค.64) นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวถึงข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาโควิด-19  ว่า สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการตอบสนองและการแก้ปัญหาไม่ทันการณ์ ตนทำความเข้าใจได้เรื่องวัคซีนเพราะความต้องการของประชาชนมีมาก แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือระเบียบขั้นตอน ความยุ่งยาก  ไม่อยากจะใช้คำว่าช้ากว่าหนึ่งก้าว เพราะจริง ๆแล้วช้ากว่าหลายก้าว อะไรที่สามารถแก้ไขปัญหากับประชาขนได้ต้องมาก่อน ระเบียบไว้ทีหลัง

 

 

“ความเป็นความตายของพี่น้องประชาชนต้องมาอันดับหนึ่ง พูดง่าย ๆ วันนี้เป็นยุคดิจิตอลแล้ว เรายังไปใช้ระบบอนาล็อกในการแก้ปัญหาอยู่มันไม่ทันการ”

 

วีรศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร

พร้อมย้ำด้วยว่า วันนี้ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันก้าวข้ามระเบียบไปก่อน ต้องเข้าใจโควิดไม่มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แต่ราชการในระเบียบมี  นอกจากนี้ยังยกตัวอย่างกรณีชุดตรวจโควิด ATK  ว่ากว่าจะเป็นที่ยอมรับได้ยุ่งยากมาก และที่ยอมรับไม่ใช่ยอมรับประสิทธิภาพแต่ยอมรับเพราะไม่มีทางออก พอยอมรับแล้วอีกฝ่ายบอกต้องมีขั้นตอนการจัดซื้อ ขณะที่อีกฝ่ายบอกว่าแม้ถูกระเบียบแต่ได้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ  

 

“เรานอกจากเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดยังเป็นพ่อของลูกด้วยนะ แล้วลูกบอกกับเราว่าพ่อรักษาตัวเองไม่ได้นะ พ่อต้องฟังหมอเป็นหลัก หมอบอกให้ไปทางซ้ายก็ต้องซ้าย หมอบอกให้ไปทางขวาก็ทางขวา เพราะพ่อไม่สามารถรักษาตัวเองได้ แต่วันนี้หมอทะเลาะกัน แล้วคนที่เป็นประชาชนอย่างผมจะเชื่อใครดี นี่ทำให้เรารู้ว่าถ้าโควิดเป็นภาวะสงครามระเบียบทำให้เรารับมือสงครามได้ล่าช้า

 

“วันนี้ รอกับระเบียบ กับการดำเนินการที่ตามขั้นตอนไม่ได้ ถ้าหวังจะแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นโปรดจงมองข้ามระเบียบขั้นตอนไป”

 

เมื่อถามว่าเรื่องระเบียบที่ล่าช้าเป็นเหตุผลให้ลาออกหรือไม่

 

 

นายวีระศักดิ์ ตอบว่า ไม่ใช่ระเบียบอย่างเดียวแต่เรื่องสุขภาพเป็นหลักเพราะคนทำงานรับราชการก็อยากจะอยู่จนเกษียณ ต้องพูดจริง ๆว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่สมุทรสาครหนักมาก ดังนั้นคนที่จะมาเป็นผู้ว่าฯต้องคล่องแคล่ว ทำงานได้มีประสิทภาพมากกว่า แต่ส่วนตัวไม่ได้ห่วงว่าจะติดโควิด  ย้ำว่า ปีสุดท้าย ตนน่าจะได้ดำเนินการในส่วนที่สถานการณ์โควิดไม่รุนแรงเท่าที่นี่  ไม่ได้เห็นแก่ตัวแต่มองว่าประโยชน์ส่วนรวมจังหวัดต้องมากกว่าตัวเอง จึงควรได้คนที่ทำงานรวดเร็วมากกว่า  ไม่สำคัญลาออก ได้เรียนผู้บังคับบัญชาผลจะเป็นอย่างไรต้องขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาเป็นหลัก แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็อยู่ที่ประชาชนเป็นผู้วินิจฉัย