เหตุความรุนแรงที่สามเหลี่ยมดินแดงรายวัน ระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้หลายคนสงสัยว่า เหตุใดกลุ่มผู้ชุมนุม จึงเลือกพื้นที่บริเวณนี้เป็นสมรภูมิในการปะทะกับเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง วันนี้ “ข่าวข้นคนข่าว” จะมาไขปมคำถามนี้ให้คลายความสงสัยกัน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีให้เห็นรายวัน สร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ทั้งความเสียหายไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก คอนโด หรือแม้แต่การดำเนินชีวิตประจำวัน จนหลายคนตั้งคำถามว่า เหตุใดต้องเลือกพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงมาเป็นสมรภูมิในการเผชิญหน้ากัน

 

หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่บ้านเรามีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง จะพบว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยึดพื้นที่จุดนี้เป็นสมรภูมิในการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยช่วงเช้าของวันที่ 13 เมษายน 2552 ทหารได้เข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่สามเหลี่ยมดินแดง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ยึดรถประจำทางหลายสาย นำไปปิดแยกศรีอยุธยา และปิดล้อมอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และมีผู้ชุมนุมบางส่วนได้ช่วยกันทำระเบิดเพลิง และนำรถแก๊สมาจอดที่หน้าแฟลตดินแดง ก่อนจะเปิดวาล์วและปล่อยแก๊สออกมา จนทำให้พื้นที่บริเวณนั้นคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นแก๊ส โดยมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในแฟลตดินแดงออกมาเรียกร้องให้นำรถแก๊สออกไปจากจุดนั้น

 

ต่อมาในปี 2553 พื้นที่สามเหลี่ยมดินแดง ยังคงเป็นเป้าหมายที่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้เป็นพื้นที่แสดงสัญลักษณ์ในการต่อสู้ ตั้งแต่ช่วงดึกวันที่ 14 พฤษภาคม ยืดเยื้อสู่วันที่ 15 พฤษภาคม บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เป็นสมรภูมิการปะทะกันระหว่างทหารกับผู้ชุมนุม ซึ่งมีผู้เสียชีวิตนับสิบราย และผู้บาดเจ็บเกินกว่า 100 ราย  

ข้อสงสัยที่ว่า ทำไมต้อง “ดินแดง” เรื่องนี้ คงจะไม่มีใครอธิบายได้ดีเท่าคนที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้น นายสมบัติ ทองย้อย หัวหน้าการ์ดเสื้อแดง บอกกับ “เนชั่น ทีวี” ว่า จากการวิเคราะห์สาเหตุที่กลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่ถึงเลือกสามเหลี่ยมดินแดง เพราะไม่ว่าจะไปจัดกิจกรรมชุมนุมที่ไหน ก็ต้องกลับมามีเหตุรุนแรงที่สามเหลี่ยมดินแดงตลอด เนื่องจากความเชื่อในเชิงสัญลักษณ์ว่า พื้นที่จุดนี้เคยมีการสลายการชุมนุม และกลายเป็นภาพจำของคนรุ่นหลัง จึงเลือกเป้าหมายการปะทะที่จุดนี้

 

ส่วนจะจุดยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นจุดที่มีทำเลดี มีทางเข้าออกมาได้หลายช่องทางก็มีส่วน เพราะทำให้ยากต่อการถูกจับกุม แต่ไม่น่าจะมีความเกี่ยวโยงกับในอดีตที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เคยเป็นอีกหนึ่งจุดรวมตัวของคนเสื้อแดง เพราะในตอนนั้น 2553 เด็กๆเหล่านี้ อายุยังน้อยและอาจจะไม่ทราบถึงเรื่องราวนี้เลย

 

สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ยังไม่มีการพิสูจน์ได้ว่า ผู้ที่ก่อเหตุความรุนแรงเป็นกลุ่มไหน บางคนอาจมาด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ แต่ก็มีบางกลุ่มที่ต้องการความรุนแรงและมีจุดประสงค์แอบแฝง เพราะหลายครั้งที่เกิดความรุนแรง มักจะเป็นช่วงที่แกนนำประกาศยุติการชุมนุมแล้ว แต่บางกลุ่มไม่ยอมเลิกด้วย โดยเด็กเหล่านี้ค่อนข้างมีความเป็นเอกเทศจากแกนนำชุมนุม และไม่ฟังแกนนำที่สั่งยุติชุมนุม

 

"ในความเป็นเอกเทศหรือไม่เอกเทศ มันก็จะมีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อเสียคือเมื่อแกนนำประกาศประกาศยุติไปแล้ว ถ้ามันมีเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมาปุ๊ป สังคมจะไม่มองว่าเด็กกลุ่มนี้มาจากไหน แต่จะมองว่าเด็กเหล่านี้คือกลุ่มคนของม็อป เพราะคำว่าม็อปครอบอยู่ และนี่คือคนที่มาจากม็อป แต่ซึ่งคนที่จัดม็อปจริงๆ อาจจะไม่รู้เรื่อง เพราะแกนนำได้ประกาศยุติการชุมนุมไปแล้ว"

หัวหน้าการ์ดเสื้อแดง บอกอีกว่า ในภาษาการต่อสู้จะเรียกสายที่ใช้ความรุนแรงว่า “สายเหยี่ยว” และกลุ่มที่ชุมนุมด้วยความสงบจะเรียกว่า “สายพิราบ” ซึ่งหากยังมีสถานการณ์ความรุนแรงแบบนี้ต่อไป แน่นอนว่า จะทำให้สายพิราบ จะไม่ออกมาร่วมชุมนุม และตนมองว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาปฏิบัติการของสายเหยี่ยว

 

"ถ้าภาษาการต่อสู้เรียกว่า ในมุมของสายพิราบจะมองว่ายังไม่ถึงเวลาของสายเหยี่ยวที่จะมาถึงตรงจุดนี้ แต่ถ้าในกรณีของสายเหยี่ยวจะมองว่า เหมาะสมแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐตอบโต้มา สายเหยี่ยวก็ต้องตอบโต้กลับ มันจะเป็นแบบนั้น แต่พี่อยู่ได้ทั้งพิราบและเหยี่ยว แต่พี่มองว่าตอนนี้เราต้องอยู่ในสายพิราบ คือ สันติไปก่อนเพื่อระดมมวลชนออกมาให้ได้เยอะที่สุด เพราะหากมวลชนออกมาเยอะ ความชอบธรรมก็จะเกิดกับผู้ชุมนุม เมื่อความชอบธรรมเกิดกับขึ้นกับผู้ชุมนุม เนื่องจากคนออกมาเยอะ เพราะเห็นการกระทำต่างๆที่เห็นว่าสมควร พวกเขาก็จะเข้าร่วมด้วย มวลชนเหล่านั้นจะกลายเป็นเกราะและป้องกันม็อบ เพราะว่าม็อบสมควรที่จะได้รับการป้องป้องและดูแลพาเดินให้ถึงจุดหมาย"

 

นายสมบัติ ยังบอกอีกว่า ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมมีจำนวนลดลง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เหตุการณ์ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายครั้ง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้มาชุมนุมน้อยลง เพราะสถานการณ์ตอนนี้ ทำให้ทุกคนที่จะไปม็อบจะคิดว่า ถ้าไปร่วมม็อบจะมีอะไรหล่นใส่หัวไหม หรือจะมีระเบิด ก้อนหิน และลูกแก้วหรือเปล่า จึงทำให้คนบางส่วนไม่อยากมาร่วมม็อบ

 

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้โทรศัพท์ไปยัง โตโต้ ปิยรัฐ จงเทพ แกนนำการ์ดวีโว่ บอกว่า ตนไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงเหมือนกันว่า ทำไมน้องๆที่ไปก่อเหตุความรุนแรงจึงเลือกพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดง แต่จากข้อมูลที่ได้รับทำให้สันนิษฐานได้ว่า เป็นกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ดินแดงและละแวกใกล้เคียง ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มการ์ดที่เป็นกลุ่มหลักของม็อบเลย ซึ่งเคยมีการพูดติดตลกว่า กลุ่มน้องๆที่ไปก่อเหตุอาจจะต้องการท้าทายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และต้องการท้าทายการนำตู้คอนเทรนเนอร์ที่ตำรวจนำมาวางกั้นไว้ หากเจ้าหน้าที่ลองเอาตู้คอนเทรนเนอร์ออก ก็รอดูว่า จะมีกลุ่มคนไปป่วนอีกหรือไม่

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด