กรมการค้าต่างประเทศ เผยภาพรวมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ ความตกลงการค้าเสรี FTA และ ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป GSP ครึ่งปีแรก ขยายตัวเพิ่ม 34%

19 สิงหาคม 2564  นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยการใช้สิทธิประโยชน์สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) และภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) เดือนมิถุนายน 2564 มีมูลค่า 8,380.79 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.61 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2564 ที่มีมูลค่า 7,576.68 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการใช้สิทธิประโยชน์ฯ ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2564 มีมูลค่า 40,244.26 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 78.07 แบ่งเป็นมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) 38,329.42 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) 1,914.84 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ โดยภาพรวม การใช้สิทธิประโยชน์ฯ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 ขยายตัวร้อยละ 34.34

สิทธิประโยชน์สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA)           
การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงทางการค้าเสรี (FTA) เดือนมิถุนายน 2564 มีมูลค่า 8,057.30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.07 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2564 ที่มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ 7,189.66 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการใช้สิทธิฯ ภายใต้ FTA 6 เดือนแรกของปี 2564 มีมูลค่า 38,329.42 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 34.27 มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 79.05 โดยตลาดที่ไทยส่งออกโดยมีมูลค่าการใช้สิทธิฯ ภายใต้ FTA สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) อาเซียน (มูลค่า 13,439.89 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) 2) จีน (มูลค่า 12,734.82 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) 3) ออสเตรเลีย (มูลค่า 4,270.36 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) 4) ญี่ปุ่น (มูลค่า 3,485.86 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) และ 5) อินเดีย (มูลค่า 2,336.85 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) สำหรับกรอบความตกลงการค้าเสรีที่มีอัตราการใช้สิทธิประโยชน์ฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ไทย-เปรู (ร้อยละ 100) 2) อาเซียน-จีน (ร้อยละ 96.58) 3) ไทย-ชิลี (ร้อยละ 86.80) 4) ไทย-ญี่ปุ่น (ร้อยละ 80.04) และ 5) อาเซียน-เกาหลี (ร้อยละ 69.43)

การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือ GSP ทั้ง 4 ระบบ สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซียและเครือรัฐเอกราช และนอร์เวย์ เดือนมิถุนายน 2564 มีมูลค่า 323.50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 16.41 เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2564 ที่มีมูลค่า 387.02 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการใช้สิทธิฯ ภายใต้ GSP 6 เดือนแรกของปี 2564 มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ 1,914.84 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.63 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 62.61 ตลาดส่งออกที่ไทยมีมูลค่าการใช้สิทธิฯ มากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ 1,705.80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 44.59 และมีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 65.15 อันดับสองคือ สวิตเซอร์แลนด์ มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ 132.57 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 10.19 และมีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 40.01 อันดับสามคือ รัสเซียและเครือรัฐเอกราช มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ 68.62 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 10.35 และมีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 71.73 และนอร์เวย์ มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ 7.85 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 0.84 และมีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ ร้อยละ 59.97 สำหรับสินค้าส่งออกที่มีการใช้สิทธิฯ สูง อาทิ ถุงมือยาง น้ำ/เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศ อาหารปรุงแต่ง สับปะรดกระป๋อง ซอส เนื้อปลาแบบฟิลเล สด แช่เย็น แช่แข็ง ข้าวที่สีบ้างแล้วหรือสีทั้งหมด

สิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือ GSP

สำหรับครึ่งแรกปี 2564 ไทยมีการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าเพื่อส่งออกภายใต้กรอบ FTA ต่างๆ เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับทิศทางการส่งออก อาทิ อาเซียน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.61) เปรู (เพิ่มขึ้นร้อยละ 126.19) ออสเตรเลีย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 45.37) ชิลี (เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.28) จีน (เพิ่มขึ้น 33.10) อินเดีย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.55) เป็นต้น สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ สูง ประกอบไปด้วยสินค้าหลากหลาย ทั้งสินค้าอุตสาหกรรม อาหาร/เครื่องดื่ม และเกษตร อาทิ เครื่องปรับอากาศ (อาเซียน) รถยนต์ขนส่งบุคคลที่มีความจุกระบอกสูบเกิน 1,000-1,500 ลบ.ซม. (อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) ผลไม้ เช่น ฝรั่ง มะม่วง มังคุด (อาเซียน-จีน) ลวดทองแดงอื่น (อาเซียน-อินเดีย) ปลาซาร์ดีนปรุงแต่ง (อาเซียน-ญี่ปุ่น) ยางธรรมชาติ (อาเซียน-เกาหลี) ปลาทูน่า ปลาสคิปแจ็ก และปลาโบนิโตชนิดซาร์ดา (กระป๋อง) (ไทย-ชิลี) เครื่องแต่งกายและของที่ใช้ประกอบกับเครื่องแต่งกาย (ไทย-เปรู) เป็นต้น

กีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ