การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ในส่วนกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะการจัดซื้อเรือดำน้ำ ลำที่ 2-3 ของกองทัพเรือ วงเงิน 22,500 ล้านบาท ที่ถูกกระแสสังคมและฝ่ายการเมืองโจมตีอย่างหนักถึงความไม่เหมาะสมการจัดซื้อเรือดำน้ำในช่วงที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19
แม้กองทัพเรือแจ้งขอถอนวาระจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ ออกจากวาระประชุม แต่ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ของเรือดำน้ำที่ยังค้างอยู่ไม่มีการถอนตามไปด้วย อาทิ การสร้างท่าเทียบเรือดำน้ำ และโรงซ่อมเรือดำน้ำ ที่มีมูลค่า กว่า 8 พันล้านบาท
ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ชี้ถึงความไม่เหมาะสมของโครงการ ดังนี้
1. เรือดำน้ำที่จะขอผูกพันงบประมาณ มี 2 ลำ ราคา 22,500 ล้านบาท ถือว่าแพงเกินไป
2. การจัดซื้อเรือดำน้ำไม่มีความจำเป็น และไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่จากสถานการณ์โควิด-19
3. สัญญาจัดซื้อแบบ “รัฐต่อรัฐ” หรือ “จีทูจี” ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือที่ไปลงนาม ไม่ได้รับการมอบอำนาจจากคณะรัฐมนตรี และสัญญาจัดซื้อไม่ผ่านสภา
4. สัญญาที่เซ็นกันจริง เป็นการเซ็นกับบริษัทเอกชนของจีน ทำให้สัญญาเป็นโมฆะ เพราะไม่ใช่ “จีทูจี”