นพ.อารักษ์ กล่าวอีกวส่วนประเด็นตามที่มีผู้ให้ข่าวบิดเบือน เอาความเป็นเท็จลงในสื่อโซเชียล สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลสิชล กรณีการรับผู้ป่วยโควิด Home Isolation ได้ส่งผลให้บุคลากรสูญเสียขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานในช่วงสถานการณ์วิกฤตโรคโควิด-19 ที่มีการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน บุคลากรของโรงพยาบาลสิชลทุกคนทำงานด้วยความเสียสละและทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อพี่น้องชาวสิชลและพื้นที่ใกล้เคียงมาเป็นเวลาหลายเดือน เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงบริการอย่างสุดกำลังความสามารถ
ต่อมาสืบเนื่องจากปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุงครั้งที่ 1 เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2564 ซึ่งโรงพยาบาลสิชลก็เป็นหนึ่งใน 6 ทีมที่ร่วมปฏิบัติการ พบว่าในกรุงเทพมหานครมีผู้ป่วยโรคโควิดที่ไม่สามารถหาโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามเข้ารับการรักษาได้หลายหมื่นคน ผู้ติดเชื้อจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงการรับบริการ ไม่มีเตียงรองรับ ไม่มียาฟาวิพิราเวียร์ ทาง สปสช.และ กระทรวงสาธารณสุข จึงได้คิดแนวทางการดูแลผู้ป่วยโดยการกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ขึ้น
ต่อมาทางโรงพยาบาลสิชลได้รับการประสานจาก สปสช.ให้เข้าไปช่วยคนกรุงเทพและพื้นที่รอยต่อ สปสช. ได้ขอให้ รพ.สิชลเข้าร่วมการดูแลผู้ป่วยในระบบ HI เพื่อไม่ให้มีจำนวนผู้ป่วยตกค้างในระบบที่รอคิวเข้ารับการรักษา ทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้สามารถเข้าถึงบริการ เข้าถึงยาฟาวิพิราเวียร์โดยเร็ว สามารถลดอัตราการเจ็บป่วยที่รุนแรง โดยทาง สปสช.จะจ่ายเงินมาที่โรงพยาบาล ตามค่างานที่ได้ดำเนินการตามเกณฑ์ของ สปสช.
ในระบบ HI ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ได้คอยติดตามอาการผ่านช่องทางออนไลน์หลายกรณี เช่น โทรศัพท์ ไลน์ การส่งข้อความ การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผ่าน telemedicine เป็นต้น สำหรับผู้ป่วยสีแดง ก็จะทำงานร่วมกันกับ สปสช.ในการประสานหาเตียงให้ ผู้ป่วยที่ต้องการยาหรืออุปกรณ์ตรวจวัดค่าต่างๆ ก็ได้มีระบบการจัดส่งโดยอาสาสมัครในกรุงเทพ ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงยา งการดูแล และอาหารครบ 3 มื้อนาน 14 วัน ส่งผลให้อัตราป่วยหนักและอัตราเสียชีวิตลดลง ขณะนี้สถานการณ์ในกรุงเทพยังไม่คลี่คลาย มีจำนวนผู้ตกค้างจำนวนมาก แม้ รพ.สิชลจะไม่ได้รับผู้ป่วยใหม่ HI รายใหม่มา 1 สัปดาห์แล้ว แต่ก็ยังมีการรับญาติพี่น้องของผู้ป่วยที่ติดโควิดที่เพิ่งป่วยเพิ่มในภายหลังอยู่บ้าง ทางโรงพยาบาลสิชลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โรงพยาบาลต่างๆในกรุงเทพและปริมณฑลจะช่วยกันรับผู้ป่วยในระบบ HI ไปดูแลให้มากที่สุด ทั้งนี้สำหรับผู้ที่บิดเบือนข้อมูล ให้ร้ายกับทางโรงพยาบาลสิชล ทางโรงพยาบาลสิชลและจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้บิดเบือนข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวต่อไป