นายจิรายุ ธนะหมี เจ้าของร้าน กล่าวว่า จุดเริ่มต้นที่มาเริ่มขายกาแฟนั้นมาจากการตกงาน โดยก่อนหน้านี้นั้นมีอาชีพขับแท็กซี่มิเตอร์ที่สนามบิน แต่ภายหลังจากที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามา ก็ทำให้จังหวัดมีการล็อคดาวน์ ทำให้ตนต้องหยุดทำงาน และหลังจากที่ผ่านพ้นล็อคดาวน์ ได้ออกมาทำงานรับจ้าง หลังจากนั้นตนเริ่มที่จะรู้จักการต้มกาแฟแบบโมก้าพอท (moka pot) จากการที่ตนไปนั่งดื่มกาแฟ จึงซื้ออุปกรณ์มาทำเองที่บ้าน จนเกิดเป็นความชอบและเริ่มซื้ออุปกรณ์สะสมทีละเล็กละน้อย และต่อมาตนมีโอกาสได้ปรึกษากับน้องที่รู้จักที่มีอาชีพเปิดรถขายกาแฟแบบโมก้าพอท ตนเองได้นำสิ่งที่ได้พูดคุยมาต่อยอดในการทำอาชีพขายกาแฟ แต่ก็ยังไม่มีทุนในการเปิดร้าน จึงได้วางแพลนไว้ และเริ่มทำงานเก็บเงินด้วยการรับจ้างทั่วไป จนกระทั่งไปเจอรถคันที่ใช้เปิดร้านขณะนี้ประกาศขายที่จังหวัดเชียงราย โดยทางเจ้าของรถได้ขายให้ในราคาถูก จึงนำเงินทุนที่เก็บไว้จากการทำงานมาเริ่มลงทุนกับการเปิดร้าน และเริ่มปรับปรุง ซ่อมแซม ตกแต่งรถคันนี้ให้กลายเป็นร้านกาแฟ
ขณะเดียวกันได้อาศัยการเรียนรู้ในเรื่องของการชงกาแฟ และฝึกฝนอยู่ประมาณ 5-6 เดือน ด้วยการลองผิดลองถูก และปรับปรุงรสชาติ ประกอบกับพอมีพื้นฐานที่ก่อนหน้านี้ซื้ออุปกรณ์มาชงกินเองที่บ้าน ทำให้ใช้เวลาไม่นานที่ที่จะเอามาทำเป็นอาชีพได้
ส่วนบริเวณที่ขายทุกวันนี้ และกลายเป็นแลนด์มาร์ค ได้รับความสนใจและมีกระแสตอบรับที่ดีนั้นตนก็เพิ่งมาเจอเมื่อช่วง 3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้เท่านั้น จากการที่ก่อนหน้านี้ตนขับรถไปขายกาแฟตามตัวเมืองเชียงใหม่ แต่จากการเกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19 ก็ทำให้เจ้าของพื้นที่ต้องขอให้ตนหยุดขายไป และเริ่มหาสถานที่จะตั้งร้านขายใหม่ จนกระทั่งมาทราบจากพี่ชายว่าที่บริเวณด้านข้างสนามกีฬาเทศบาลตำบลดอยสะเก็ด มีถนนด้านข้างที่ร่มรื่นเย็นสบาย ตนจึงมาสำรวจดูก็พบว่าตอบโจทย์กับการตั้งร้านของตน ประกอบกับมีองค์ประกอบที่ดีที่ตนรู้สึกชอบ ทำให้ตนตัดสินใจตั้งจุดขายกาแฟที่แห่งนี้ และต่อมามีประชาชนพากันแวะเวียนมาอุดหนุนก็เห็นว่าเป็นมุมถ่ายรูป นั่งพักผ่อนร่มรื่น กลายเป็นกระแสตอบรับที่ดีเกินคาด และตนก็มีความสุขกับการเปิดร้านบริเวณนี้ เพราะมีบรรดาคนรู้จัก และประชาชนทั่วไป แวะเวียนมาอุดหนุนตลอดทั้งวัน รวมทั้งตนก็ได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจทำด้วย