10. ปี2559 นาย "ก" ยื่นฟ้องบริษัท ++++ กับพวก เป็นคดีอาญาอีก 2 คดี ต่อศาลอาญาคดีทุจริตกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.5/2559 และ อท.71/2559 และศาลมีคำสั่งให้รวมคดี และเมื่อศาลได้ไต่สวนแล้ว มีคำสั่งว่า "คดีไม่มีมูล"
11. ปี 2559 นาง "ช" อดีตกรรมการบริษัท ++++ ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีอาญาด้วย ได้ยื่นฟ้องนาย "ก" ในข้อหา หมิ่นประมาท
12. ปี2560 นาย "ก" ยื่นฟ้องบริษัท ++++ กับพวก เป็นคดีอาญาอีก 1 คดี ต่อศาลคดีอาญาทุจริต ภาค 8 เป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.59/2560 แต่ "ศาลยังไม่มีคำสั่งรับฟ้อง"
13. ปี 2560 บริษัท ++++ได้แจ้งความดำเนินคดีอาญากับนาย "ก" ในข้อหาแจ้งความเท็จ และพนักงานอัยการ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนาย "ก" เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ 6423/2560 และ 9424/2560 ต่อศาลจังหวัดภูเก็ต และศาลมีคำสั่งให้รวมคดี
14. ปี 2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 4348/2558 ของศาลจังหวัดภูเก็ต ศาลได้ทำการสืบพยานแล้ว มีคำพิพากษาว่า นาย"ช" มีความผิด ลงโทษจำคุก 1 ปี
15. จากคำพิพากษาศาลที่ลงโทษ จำคุก 1 ปี ทำให้นาย "ช" ประสบกับปัญหา
- ปัญหาทางธุรกิจ ได้รับแจ้งจาก นาย "วัน" ว่า นาย "ก" ข่มขู่จะเผยแพร่ข่าวที่นาย "ช" ต้องโทษจำคุกซึ่งจะมีผลกระทบกับบริษัท XXXX ซึ่งขณะนั้นอยู่ระหว่างการออกหุ้นกู้
- ปัญหาครอบครัว นอกจากนาย "ช" แล้ว ยังมีพี่สาว และน้องชายของนาย "ช" ที่ต้องโทษจำคุกด้วย จึงเกิดความขัดแย้งในครอบครัว จนคุณแม่เกิดความเครียด และเป็นโรคมะเร็ง
- นาย "ก" ขอให้ศาลถอนประกันข้าฯ โดยอ้างเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างคนงานก่อสร้างรั้วในที่ดินของบริษัท ++++ กับ ลูกน้องของนาย "ก" ที่เป็นพยานในคดีว่าเป็นการข่มขู่พยาน แม้ศาลจะมีคำสั่งยกคำร้องแต่ศาลก็ได้อ้างเหตุว่า บุคคลที่จะยื่นคำร้องได้ต้องเป็นพยานในคดีและมีเหตุทะเลาะวิวาท ทำให้ นาย "ช" กังวลว่า จะมีการยื่นคำร้องขอถอนประกันอีกครั้ง และศาลจะอนุญาตให้ถอนประกัน
- ทราบว่า นาย "ว" เป็นผู้พิพากษาและคดีที่ถูกฟ้องเป็นคดีอาญาก็ตกอยู่ในองค์คณะเดียวกันกับ คดีที่พิพากษาลงโทษจำคุก ยกเว้นคดีอาญาคดีแรกที่ศาลไต่สวนแล้วคดีไม่มีมูล ทำให้ข้าฯ เชื่อว่าในคดีอาญาอื่นๆ ที่ตกอยู่ในองค์คณะเดียวกันศาลจะมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก ไปในแนวทางเดียวกัน
-กังวลว่า บริษัท XXXX อาจถูกยกเลิกการร่วมทุนกับบริษัทจากญี่ปุ่น ต้องเสียหาย กว่า 10,000 ล้านบาท
16.นาย "ช" จึงมอบหมายให้นาย "วัน" กับนาย "จ" เจรจากับนาย "ก" และตกลงยอมชำระเงินให้แก่นาย "ก" ไป
17.ภายหลังจากที่ตกลงกับนาย "ก" แล้ว คดีที่นาย "ช" ถูกพิพากษาจำคุก 1 ปี ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้มีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตาม ป.วิ อาญา มาตรา 39(4) เพราะคดี 6810/2558 ศาลมีคำพิพากษาไปก่อนแล้ว
18.นาย "ช" บอกกับ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของศาล ว่า มีการวางแผนฟ้องคดีเป็นขั้นเป็นตอน มีการแยกฟ้องหลายๆคดี ทั้งที่รวมฟ้องเป็นคดีเดียวได้ เพื่อให้ต้องตกเป็นจำเลยในหลายๆคดี และบีบให้ยอมตกลงจ่ายเงินให้ด้วย ซึ่งนาย "ก" น่าจะเป็นเพียงหุ่นเชิด เพราะ มีภาพถ่ายของนาย "ว" ปรากฎอยู่ในที่ดินในวันที่นาย "ก" นำรังวัดออกโฉนดที่ดินด้วย
19.ทราบจากนาย "วัน" ว่า นาย"ว" ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญาในข้อหา หมิ่นประมาท จากการร้องเรียนนี้ และห้ามไม่ให้นาย "ว" มาให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสอบสวนด้วย