ด้าน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ กมธ. กล่าวว่า ประธาน กมธ. พูดอยู่ฝ่ายเดียว ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายพูด ดังนั้น ในฐานะที่เป็นประธานควรมีวุฒิภาวะทางการเมืองมากกว่านี้ และเห็นว่าการพิจารณาของ กมธ. ในขณะนี้ อาจนำไปสู่การฝ่าฝืนหลักการ ข้อบังคับรัฐสภา และรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นอันตราย และเป็นการแก้รัฐธรรมนูญที่สูญเปล่า เพราะมีความต้องการที่จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้มีหน้าตาเหมือนกับร่างรัฐธรรมนูญตกไปแล้ว
ส่วนการแปรญัตติเพิ่มบทเฉพาะกาลของนายประเสริฐ นั้น ขอโต้แย้ง 3 ประการ
1. ถ้าดูประวัติความเป็นมาของ กกต. ยังกล้าให้ออกกฎเกณฑ์กติกาการเลือกตั้งอีกหรือ เพราะที่ผ่านมาเห็นความล้มเหลวและเกิดคำถาม ว่าจะให้ กกต. ออกหลักเกณฑ์การเลือกตั้งอีกหรือไม่
2. กกต. คือ ผู้ใช้กฎหมาย แต่รัฐสภารับอำนาจจากประชาชนและรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่ตรากฎเกณฑ์ คำถามคือ บทบาทระหว่าง กกต. และรัฐสภาตอนนี้กำลังมีความสับสนใช่หรือไม่ เพราะนี่ไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
3. กำลังให้ กกต. ชุดนี้ ไปออกกฎเกณฑ์บางอย่างที่ประชาชนกำลังตั้งเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง คำถาม คือ กกต.จะเอาความชอบธรรมอะไรในการทำกฎเกณฑ์เหล่านี้ อย่ายกอำนาจที่เป็นของประชาชนไปให้ กกต. ไม่กี่คน ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และนี่ไม่ใช่การแก้วิกฤต แต่จะเป็นการซ้ำเติมวิกฤต ทำให้ยุ่งยากมากขึ้นเรื่อยๆ