นางชยานุช ตรีพันธ์ นักวิชาการการเกษตรชำนาญการ กลุ่มงานวิจัย ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง กล่าวว่า ผลผลิตที่เห็นขณะนี้ เป็นการออกในฤดูกาล ส่วนที่ออกนอกฤดูกาลไปแล้ว เมื่อประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตอนนั้น ฝักจะสวยงาม ทำให้ขณะนี้ดูเหมือนว่า ฝักจะไม่สมบูรณ์เท่าช่วงที่ออกนอกฤดูกาล อาจจะเป็นเพราะว่าความสมบูรณ์ของต้นลดลง เพราะออกผลผลิตไปแล้วรอบหนึ่ง ซึ่งเป็นรอบเป้าหมายของการทดลอง อยากได้สะตอพันธุ์ดี ออกนอกฤดูกาลช่วยเหลือเกษตรกรให้ขายได้ราคาดี ซึ่งในการทดลองวิจัยเริ่มตั้งแต่ปี 2546 ได้รวบรวมสะตอพันธุ์ดีที่ผ่านการชนะเลิศการประกวดมาจากหลายจังหวัดทั่วภาคใต้ ซึ่งถือว่าเป็นพันธุ์ที่ดีอยู่แล้ว นำมาปลูกทดลอง เป้าหมายอยากศึกษาวิจัยหาพันธุ์ดีที่สามารถให้ผลผลิตนอกฤดูกาลได้ อยากส่งเสริมช่วยเหลือเกษตรกร เนื่องจากว่าฤดูปกติจะมีสะตอออกมาเยอะ ทำให้ราคาตก ซึ่งในช่วงที่ผลผลิตออกมาเยอะราคาตกอาจจะเหลือฝักละประมาณ 3 บาท แต่ถ้าเป็นสะตอที่สามารถออกนอกฤดูได้ราคาขายจะสูงถึงราคาฝักละ 7 - 15 บาท ยิ่งถ้าส่งขายในตลาดภาคกลางบางครั้งจะได้ราคาสูงถึงฝักละ 20 บาท ซึ่งสะตอพันธุ์ตรัง 1 เป็นสะตอข้าว ซึ่งปกติของสะตอข้าวลักษณะฝักจะบิดพลิ้วเล็กน้อย แต่สะตอพันธุ์ตรัง 1 ฝักจะตรง เมล็ดสม่ำเสมอเรียงชิดติดกัน รสชาติหวาน มีกลิ่นฉุนน้อยกว่าสะตอพันธุ์อื่น ที่สำคัญคือ ออกผลผลิตนอกฤดู ใช้เวลาปลูกประมาณ 3 ปี ก็จะเริ่มออกดอก แต่การออกผลผลิตจะขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของต้น ซึ่งจะไม่เกิน 4 ปี ทั้งนี้ ถ้าต้นสมบูรณ์มากๆ ผลผลิตที่ได้จะดก ไม่ต่ำกว่า 200 ฝักต่อต้น และต่อมูลประมาณ 12 ฝักขึ้นไป ส่วนเมล็ดประมาณ 15 - 16 เมล็ดต่อฝัก ในแปลงทดลองจะมีทั้งหมด 12 สายพันธุ์ เป็นพันธุ์ดีที่ทางศูนย์ไปเก็บรวบรวมมา จนสามาถคัดมาได้ 1 สายพันธุ์ คือ สะตอพันธุ์ตรัง 1 และเป็นพันธุ์แนะนำให้เกษตรกรได้ปลูก
ทางด้านนายฉัตรชัย กิตติไพศาล ผอ.ศูนย์วิจัยพัฒนาพืชสวน กล่าวว่า สำหรับสะตอพันธุ์ตรัง 1 นั้น ลักษณะเด่นที่สำคัญที่สุด คือ สะตอพันธุ์ตรัง 1 ฝักจะตรง เมล็ดมาก ไม่ฉุนมากนัก เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค แต่สะตอข้าวทั่วไปฝักจะบิด รวมทั้งจะให้ผลผลิตปีละ 2 ครั้ง ทั้งในฤดูและนอกฤดูกาล ส่วนสะตอสายพันธุ์อื่นจะให้ผลผลิตเฉพาะในฤดูเท่านั้น ซึ่งผลผลิตนอกฤดูจะให้ราคาที่สูงกว่าในฤดูประมาณ 3 - 4 เท่า ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่า และรายได้ให้แก่เกษตรกร ที่ปลูกสะตอพันธุ์ตรัง 1 ทั้งนี้ หลังจากศูนย์ฯทำวิจัยสำเร็จ ก็ได้ขึ้นทะเบียนสะตอพันธุ์ตรัง 1 ขึ้นทะเบียนเป็นพันธุ์แนะนำ หลังมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ออกไปปรากฏว่า เป็นที่ต้องการทั้งคนในพื้นที่ และนอกพื้นที่สูงมาก ยอดจอง ณ ปัจจุบันขณะนี้รวมแล้ว 75,000 ต้น ขณะที่ศูนย์วิจัยผลิตต้นพันธุ์ได้ปีละ 10,000 ต้น เท่านั้น ทำให้ขณะนี้ทางศูนย์ฯเร่งหาทางส่งเสริมให้เกษตรกรได้ปลูก จึงพยายามสร้างเครือข่ายการผลิตต้นพันธุ์ ทั้งเครือข่ายเกษตรกร และเครือข่ายสถาบันเกษตรกร ให้สามารถเร่งผลิตต้นพันธุ์จำหน่าย จะเป็นช่องทางหนึ่ง ให้สามารถผลิตต้นพันธุ์แจกจ่ายให้แก่เกษตรกรได้เพียงพอความต้องการ สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และกลุ่มเกษตรกร