เพราะฉะนั้นไม่เช่นนั้นก็จะมีการแพร่ระบาดออกไปในวงกว้าง แต่สุดท้ายก็ต้องมีแผนรองรับเมื่อผลการตรวจเป็นบวกว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร จะเป็นการดูแลที่บ้าน (Home Isolation) ได้มั๊ย
หรือจะการดูแลในระบบชุมชน (Community Isolation) ได้มั๊ยพอสมควร จะต้องมีการเตรียมความพร้อมสิ่งเหล่านี้ไว้ เพราะหากไม่มีการเตรียมพร้อมเรื่องเหล่านี้
“เพราะเมื่อมีการ “แอคทีฟเคสไฟดิ้ง” แน่นอนว่าจำนวนผู้ที่ผลการตรวจเป็นบวกนั้นเพิ่มขึ้นแน่นอน ฉะนั้นถ้าทำแล้วไม่มีที่ให้นอนก็ถูกด่าอีกว่าทำแล้วไม่มีที่ให้นอน”
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ กล่าวว่า การทำ “แอคทีฟเคสไฟดิ้ง” ก็คือจะรู้ผลทันที เมื่อรู้ผลก็ต้องแยกทันทีเลย ฉะนั้นเมื่อแยกตัวทันทีก็ต้องมีสถานที่รองรับ
สำหรับที่มาของการทำ “แอคทีฟเคสไฟดิ้ง” ขึ้นในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่นั้น มาจากการประเมินการติดเชื้อในชุมชนของเทศบาลนครหาดใหญ่ที่สูงขึ้น
“จากการตรวจปกติที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ของทางโรงพยาบาลหาดใหญ่ต่อวันในขณะนี้ผลตรวจที่ออกมาเป็นบวกจะมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์”