กลุ่มพสกนิกรปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ยื่น หลักฐานเอาผิดแกนนำม็อบ ที่ผิดเงื่อนไขประกันตัว โดยเชื่อ หลักฐานจะมีน้ำหนักเพียงพอเอาผิดได้

3 สิงหาคม 2564 กลุ่มพสกนิกรปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เป็นการรวมตัวของกลุ่ม ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน หรือ ศ.ป.ป.ส. , ภาคีประชาชน 112 ปกป้องสถาบันฯ ,อาชีวะปกป้องสถาบันฯ และศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด Bully ทางสังคมออนไลน์ หรือ ศชอ. เดินทางไปยังศาลอาญา รัชดา เพื่อเข้ายื่นหนังสือและเอกสารหลักฐาน ของผู้ต้องหาในคดี ม.112 ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ที่อาจเข้าข่ายผิดเงื่อนไขที่ให้ไว้กับศาล อาทิ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ แพนกวิน , นายอานนท์ นำภา , นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน , นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง , นายไชยอมร แก้ววิบูลพันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลู จากการนัดชุมนุมในหลายครั้ง และทั้งหมดเป็นแกนนำจัดการชุมนุมอยู่ตลอดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย รวมถึงยังมีการโจมตีให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรง ทั้งจากการปราศรัย และการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ในวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โดยนายจักรพงษ์ กลิ่นแก้ว แกนนำกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน หรือ ศ.ป.ป.ส. กล่าวว่า กลุ่มได้เฝ้าติดตามการจัดชุมนุมมาโดยตลอด โดยเฉพาะช่วงมิถุนายน-กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และยังมีการนัดชุมนุมโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งทำให้สังคมวุ่นวาย ทรัพย์สินเสียหาย ส่งผลกระทบไปถึงภาคเอกชน พร้อมมองว่า สิ่งที่กลุ่มผู้ชุมนุมทำไม่ใช่วิธีสันติ การที่แกนนำหลายคนเป็นนักศึกษา ก็ควรนำสิ่งที่ศึกษามาใช้ ไม่ใช่นำเฟกนิวส์มาใช้ สร้างความแตกแยกให้กับคนรุ่นใหม่ ส่วนการกดดันเรื่องการแก้ปัญหาโควิดของภาครัฐนั้น มองว่า ควรเอาวิกฤตินี้มาเสนอปรับปรุงดีกว่า ควรหันหน้าเข้ามาร่วมกันหาทางออก เพราะสิ่งที่กระทำอยู่มีแต่การยุยงปลุกปั่น ใช้ความรุนแรง จึงอยากให้คำนึงถึงหลายเรื่อง

นอกจากนี้ ยังเชื่อว่า ภาพหลักฐานจากเหตุการณ์การชุมนุมต่างๆ น่าจะมีน้ำหนักเพียงพอในการชี้มูลความผิดเงื่อนไขการประกันตัวจนถึงขั้นพิจารณาเพิกถอนการประกันตัว