2 สิงหาคม 2564 นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา กล่าวถึงการดำเนินงานของศาลยุติธรรม ที่มีการนำวิธีการกำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว มาใช้แทนการเรียกหลักประกัน ตั้งเเต่ช่วงปี 2561 ว่า การปล่อยชั่วคราวหรือการประกันตัวเป็นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาที่ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิด ซึ่งต้องถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ กฎหมายบัญญัติให้ศาลพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยต้องอนุญาตให้ประกันตัวเป็นหลัก การไม่อนุญาตให้ประกันตัวเป็นข้อยกเว้นซึ่งต้องมีเหตุที่จะไม่อนุญาตตามกฎหมาย
ในการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของศาลยุติธรรมที่ผ่านมา แม้จะปรากฏว่ามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวกว่าร้อยละ 90 ของคำร้องที่ยื่นขอ แต่การอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวดังกล่าวมักเรียกเงินสด ทรัพย์สิน หรือบุคคลเป็นหลักประกัน เพื่อเหนี่ยวรั้งมิให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยหลบหนี ส่งผลให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ไม่มีทรัพย์สินเพียงพอต้องถูกจองจำในระหว่างการพิจารณาคดี แม้ว่าศาลจะกำหนดมาตรฐานระยะเวลาในการพิจารณาคดีที่จำเลยถูกคุมขังให้แล้วเสร็จไปโดยเร็ว แต่การถูกคุมขังเพียงเพราะไม่มีทรัพย์สินมาประกันตัวนั้นย่อมก่อให้เกิดเหลื่อมล้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ศาลยุติธรรม จึงนำเครื่องมือและวิธีการต่างๆ มาใช้ในการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแทนการเรียกหลักประกันเพื่อขยายโอกาสในการปล่อยชั่วคราวให้แก่ผู้ต้องหาหรือจำเลยเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว(EM) การทำสัญญาประกันโดยไม่เรียกหลักประกัน และการวางเงื่อนไขต่างๆ ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยปฏิบัติตามในระหว่างการปล่อยชั่วคราวโดยตั้งผู้กำกับดูแลให้แก่ผู้ต้องหาหรือจำเลย
ซึ่งการตั้งผู้กำกับดูแลนี้เป็นมาตรการสำคัญที่ทำให้ภาคสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรมในการดูแลความปลอดภัยของสังคมร่วมกัน นับตั้งแต่ศาลตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเรื่อยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 พบว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่อยู่ในกำกับดูแลหลบหนีน้อยกว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยที่วางหลักประกันต่อศาลในการปล่อยชั่วคราว อีกทั้งผู้ต้องหาหรือจำเลยหลายคนสามารถกลับตัวเป็นคนดีได้จากการกำกับดูแล
นายชัยพิพัฒน์ กระแสเทพ ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านเเห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลของศาลจังหวัดบุรีรัมย์และเป็นผู้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้กำกับดูแลคนแรกของประเทศไทยในคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่น เมื่อปี พ.ศ. 2561 เล่าให้ฟังว่า ได้รับการแต่งตั้งจากศาลจังหวัดบุรีรัมย์ให้เป็นผู้กำกับดูแลในคดีหนึ่ง ซึ่งผมทราบว่าเป็นคดีเรื่องแรกที่มีการตั้งผู้กำกับดูแล ผมมีหน้าที่รับรายงานตัวผู้ต้องหาตามคำสั่งของศาล คอยตักเตือน และดูแลไม่ให้ไปกระทำผิดอีกในระหว่างที่อยู่ในการควบคุมดูแล และผมให้ผู้ต้องหาช่วยเหลืองานสาธารณะประโยชน์ในหมู่บ้านเป็นประจำ ตอนแรกที่ได้รับแต่งตั้งผมรู้สึกกังวลใจว่าถ้าให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ประกันลูกบ้าน หากระหว่างประกันแล้วลูกบ้านหนีไป ผู้ใหญ่บ้านจะต้องรับผิดชอบอย่างไรและศาลจะลงโทษผู้ใหญ่บ้านด้วยหรือไม่ แต่เมื่อได้มาทำงานจริง ๆ รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ไม่มีหลักประกัน ช่วยไม่ให้ต้องไปอยู่ในเรือนจำ ผมคิดว่ากฎหมายเกี่ยวกับการตั้งผู้กำกับดูแลเป็นกฎหมายที่ดี เพราะช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ไม่มีหลักประกันและให้ผู้ใหญ่บ้านมาดูแลโดยการรับรายงานตัวและคอยตักเตือนสอดส่องดูแล เป็นการแบ่งเบาภาระจากศาลไปสู่ผู้นำชุมชน คดีที่ผมกำกับดูแลเป็นคดีแรก ปรากฏว่าผู้ต้องหากลับตัวเป็นคนดีได้อีกครั้ง และมาขอบคุณผมที่ช่วยเหลือไม่ให้ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ผมจึงภูมิใจที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ คดีของลูกบ้านคนนี้เสร็จสิ้นนานแล้ว ปัจจุบันท่านยังบวชเป็นพระอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา