27 กรกฎาคม 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 แถลงสถานการณ์โควิดประจำวัน ว่า ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 46 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,150 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวัง 10,407 ราย ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 3,459 ราย จากเรือนจำ 245 ราย เดินทางจากต่างประเทศ 39 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 526,829 ราย หายป่วยแล้ว 9,168 ราย รักษาตัวอยู่ 171,921 ราย อาการหนัก 4,284 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 954 ราย เสียชีวิต 118 คน รวมเสียชีวิตสะสม 4,264 คน ขณะที่ฉีดวัคซีนฉีดไปแล้ว 16,099,670 โดส แบ่งเป็นเข็มที่หนึ่ง 12,429,925 ราย เข็มที่สอง 3,669,745 ราย
ยอดผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 5,521 ราย , 4 จังหวัดภาคใต้ 613 ราย , จังหวัดอื่นอีก 67 จังหวัด 7,732 ราย เรือนจำ 245 ราย // โดย 10 อันดับแรกยังคงเป็นกรุงเทพฯ 2635 ราย ,สมุทรสาคร 1,092 ราย , ชลบุรี 884 ราย , สมุทรปราการ 719 ราย , นนทบุรี 536 ราย , ฉะเชิงเทรา 486 ราย , ระยอง 314 ราย , ปทุมธานี 301 ราย , อุบลราชธานี 289 ราย , สระแก้ว 279 ราย
สำหรับผู้เสียชีวิต 118 ราย เป็นชาย 64 ราย หญิง 54 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 115 ราย , เมียนมา 1 ราย , กัมพูชา 1 ราย , และอินเดีย 1 ราย อายุระหว่าง 25-96 ปี เฉลี่ยค่ากลางอายุ 64 ปี ส่วนค่ากลางเวลา วันทราบผลติดเชื้อจนเสียชีวิต 7 วัน นานสูงสุด 31 วัน โดยโรคประจำตัวยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อความรุนแรง ในขณะที่ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อมาจากที่พักอาศัยหรือการไปในพื้นที่ระบาด , เพื่อนร่วมงาน , คนในครอบครัว
ผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ 39 ราย แบ่งเป็น แอฟริกาใต้ 1 ราย , กาตาร์ 1 ราย , เยอรมนี 2 ราย , สหรัฐอาหรับเอมมิเรตส์ 1 ราย , สหรัฐอเมริกา 1 ราย , ญี่ปุ่น 1 ราย , กัมพูชา 10 ราย โดยผ่านด่านพรมแดนทางบก , มาเลเซีย 4 รายมาจากช่องทางธรรมชาติ , และเมียนมา อีก 18 ราย ซึ่งมาจากช่องทางธรรมชาติเช่นกัน