นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษก ศบศ. กล่าวว่า ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ศบศ.ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ประสานงานกับภาคภาคเอกชนและภาคประชาชน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีของคนในพื้นที่ร่วมกัน และพิจารณาจัดเตรียมแผนการดำเนินการบนระเบียบหลักเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกับการดำเนินการของ Phuket Sandbox เพื่อมุ่งเน้นความปลอดภัยและการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่
มอบหมายให้ทาง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำรายละเอียดแผนการเชื่อมโยง เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางระหว่างจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่นำร่องอื่น เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุม ศบค. พิจารณาต่อไป และให้พิจารณาจัดทำแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่มีศักยภาพนำเสนอให้ที่ประชุม ศบศ. และศบค. พิจารณาต่อไปด้วย โดยกำชับให้ความสำคัญกับการดำเนินการอย่างเคร่งครัดในการร่วมมือกันเพื่อควบคุมการระบาดให้รัดกุม
สำหรับโครงการ Phuket Sandbox มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสม นับตั้งแต่วันที่ 1-21 ก.ค. 2564 รวม 9,358 คน ส่วนยอดการจองห้องพักตามมาตรฐาน SHA+ สะสมในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. 2564 อยู่ที่ 244,703 คืน คิดเป็นอัตราการเข้าพัก 10.12% สร้างรายรับการท่องเที่ยวแล้ว 534.31 ล้านบาท
ในส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยจะมีการดึงดูดชาวต่างชาติ ที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย ตามข้อเสนอของทีมปฏิบัติการเชิงรุก ทาบทามทั้งบริษัทเอกชนไทยและบริษัทต่างชาติ โดยจะมีการปรับข้อจำกัดต่าง ๆ และอำนวยความสะดวก เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว ประกอบด้วย
1.กลุ่มประชากรโลกที่มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy global citizen)
2.ผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ (Wealthy pensioner)
3.กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย (Work-from-Thailand professional)
4.กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ (High-skilled professional)
สำหรับพื้นที่เป้าหมาย ที่ทาง ศบศ. มีมติเห็นชอบมาตรการให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าร่วม Phuket Sandbox เดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดภูเก็ตกับพื้นที่นำร่องอื่น (7+7) โดยนักท่องเที่ยวพำนักภายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นเวลา 7 วัน และสามารถเดินทางท่องเที่ยวและต้องพำนักในพื้นที่อื่น ๆ อีกเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะเต่า) จังหวัดกระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง และไร่เล) และจังหวัดพังงา (เขาหลัก เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่) มีกำหนดเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ส.ค.นี้
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาข้อเสนอในรายละเอียดต่อไป