15 กรกฎาคม 2564 ผู้นำชุมชน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขตำบลหมื่นไวย อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าให้ความช่วยเหลือแรงงาน 3 คน เป็นชาย 1 คน ชาวจ.สุพรรณบุรี และหญิง 2 คน โดย 1คน เป็นชาวจ.ขอนแก่น และอีก 1 คนเป็นชาวจ.มหาสารคาม อายุระหว่าง 25-28 ปี ซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานที่กรุงเทพมหานคร และได้เดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวเข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาเมื่อบ่ายวานนี้ (14 ก.ค. 64) ซึ่งแรงงานแต่ละคนมีอาการไอ แน่นหน้าอก และจมูกไม่ได้กลิ่น โดยขณะระหว่างรอผลตรวจทั้ง 3 คนได้ขับรถมาจอดหลบมาพักอาศัยนอนค้างคืนอยู่ภายในศาลาวัดบ้านโคกไผ่ ชุมชนประโดก-โคกไผ่ ต.หมื่นไวย อ.เมืองนครราชสีมา สร้างความหวาดผวาแก่พระภิกษุ สามเณร และญาติโยมที่มาทำบุญที่วัด ในเวลาต่อมาผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่ อสม.ทราบข่าวจึงรีบเข้ากันพื้นที่ และจัดหาอาหาร และน้ำดื่มมาให้ จนกระทั่งวันนี้ 15 ก.ค.2564 ผลตรวจจาก รพ.มหาราชนครราชสีมายืนยันว่า ทั้ง 3 รายติดเชื้อโควิด-19 จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่ให้มารับตัวไปผู้ป่วยไปรักษาทันที
จากการสอบถามแรงงานทั้ง 3 คนเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีเพื่อนคนงานในโรงงานที่กรุงเทพฯหลายคนติดเชื้อโควิด-19 พวกตนจึงกังวลว่าตัวเองอาจจะติดเชื้อ แต่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ขณะนี้ไม่มีโรงพยาบาลใดรับตรวจหาเชื้อเลย พยายามติดต่ออยู่หลายวันก็ไม่มีที่ไหนรับ ด้วยความกังวลใจ พวกตนเห็นในข่าวระบุว่าที่จ.นครราชสีมามีการรับผู้ป่วยจากกรุงเทพฯกลับมารักษาที่บ้าน ถึงแม้เราทั้งสามคนไม่ใช่ชาวนครราชสีมาแต่ก็ตัดสินใจพากันเดินทางมาที่โคราชเพื่อมาขอความช่วยเหลือรับการตรวจหาเชื้อที่รพ.มหาราชนครราชสีมา ซึ่งทางแพทย์และพยาบาลก็ไม่ได้รังเกียจและรีบตรวจหาเชื้อให้ทันทีหลังตรวจไม่รู้จะไปพักอาศัยที่ไหนเพื่อรอผลจึงมาขอพึ่งทางวัดโคกไผ่ ต.หมื่นไวย อ.เมืองนครราชสีมาพักค้างคืนที่ศาลาวัด ซึ่งเจ้าอาวาสและพระลูกวัดก็ไม่ได้รังเกียจจัดที่พัก กักบริเวณและหาน้ำดื่มอาหารมาให้เพื่อรอฟังผล พวกตนจึงรู้สึกประทับใจ และผลออกมาก็ติดเชื้อโควิดจริงๆซึ่งต่อมาผู้นำชุมชนและอสม.ตำบลหมื่นไวยก็ประสานทางรพ.มหาราชนครราชสีมาส่งรถมารับตัวไปรักษาที่รพ.มหาราชนครราชสีมาแล้ว