เนชั่นทีวี

ข่าว

แจงปม ดราม่ากางเต็นท์ให้ผู้ป่วยโควิดข้างป่าช้าไม่ใช่ที่กักกัน

08 ก.ค. 2564 | jitima_chum

แจงปม ดราม่ากางเต็นท์ให้ผู้ป่วยโควิดข้างป่าช้าไม่ใช่ที่กักกัน

จนท.สาธารณสุขร้อยเอ็ด ยืนยันไม่ได้จัดที่กักตัวผู้ป่วยโควิดใกล้ป่าช้าแต่จัดให้อยู่ห่างหมู่บ้าน เป็นการแก้ปัญหาฉุกเฉินผู้ป่วยเดินทางมาเร่งด่วนไม่ได้วางแผนล่วงหน้า เพื่อรอทางรพ.เคลียร์เตียงและส่งเจ้าหน้าที่ไปรับ

จากกรณีเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2564 ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งได้โพสภาพพร้อมกับข้อความว่า “อย่าให้มันอนาถาเกินไปกว่านี้เลยค่ะท่าน..ถึงจะเป็นสถานที่สำหรับผู้ติดเชื้อชั่วคราวเพื่อรอเตียง รพ.ก็เถอะ...ผู้ติดเชื้อเป็นผู้หญิงคนเดียว..ท่านเล่นจัดสถานที่ทุ่งนาข้างป่าช้ามันก็กระไรอยู่...แม้จะเป็นมติหมู่บ้านก็เถอะ...ซึ่งหลังจากมีการโพสภาพนี้ออกไปต่างก็มีชาวเนตให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย บ้างก็บอกว่าเหมาะสมหรือไม่กับการให้ผู้ป่วยหญิงตัวคนเดียว มานอนที่เต้นท์ข้างป่าช้าอย่างนี้

แจงปม ดราม่ากางเต็นท์ให้ผู้ป่วยโควิดข้างป่าช้าไม่ใช่ที่กักกัน


    ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่ปี บ้านตะโมม ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นจุดที่กางเต็นท์ให้เป็นสถานที่กักตัว ผู้ป่วยโควิด-19 ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง โดยมีเต็นท์กางไว้หนึ่งหลัง และมีเชือกกั้นบริเวณ โดยใช้เตียงไม้ไผ่ 1 เตียง พัดลม ถังน้ำ และชุดที่นอนพร้อมผ้าห่ม 1 ชุด ของใช้บางส่วนอยูภายในเต็นท์และไม่มีคนอยู่ในบริเวณนั้น

แจงปม ดราม่ากางเต็นท์ให้ผู้ป่วยโควิดข้างป่าช้าไม่ใช่ที่กักกัน

แจงปม ดราม่ากางเต็นท์ให้ผู้ป่วยโควิดข้างป่าช้าไม่ใช่ที่กักกัน


    จากการสอบถามเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอธวัชบุรีก็ได้รับคำยืนยันว่า กรณีดังกล่าวผู้ป่วยซึ่งติดเชื้อยืนยัน ได้ติดต่อมาทางโรงพยาบาลร้อยเอ็ดว่าต้องการจะกลับมารักษาตัวอยู่ที่บ้านเกิด แต่ไม่ได้ประสานมายังพื้นที่ และทราบจากญาติว่าผู้ป่วยได้เดินทางออกจากกรุงเทพฯช่วงประมาณ 21:00 น วันที่ 6 ก.ค.และมาถึงจังหวัดร้อยเอ็ดประมาณ 05:00 น ของวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้ป่วยยืนยันรายนี้เป็นหญิง และมีกลุ่มเสี่ยงคือน้องชาย เดินทางกลับมาด้วยกัน ญาติได้ติดต่อขอให้รถนำส่ง ไปส่งน้องชายเข้าสถานที่กักตัวผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดร้อยเอ็ด ณ โรงแรมธนินทร จากนั้นญาติได้ติดต่อกับทางรพ.ร้อยเอ็ดเพื่อขอนำตัวผู้ที่เป็นพี่สาวไปรักษาที่ รพ. ญาติได้รับการยืนยันว่ายังไม่มีเตียงว่าง เพราะอยู่ในระหว่างเคลียร์ผู้ป่วยอยู่ขอให้รอก่อน 
 

ทันทีที่คณะทำงานควบคุมโรคติดต่อของอำเภอธวัชบุรี ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของอำเภอธวัชบุรีทราบเรื่อง จึงได้จัดทีมเดินทางมาตรวจสอบ และจำเป็นต้องหาที่พักชั่วคราวให้ก่อน โดยมีการประสานไปหลายจุด ในแต่ละจุดส่วนหนึ่งมีกระแสต่อต้านจากชาวบ้านไม่ยินยอมให้นำผู้ป่วยเข้าไปอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านหรือชุมชน เพราะกลัวเกิดการแพร่เชื้อ กระทั่งมีผู้ใหญ่รายหนึ่งมีเจตนาดี และในสถานการณ์เร่งด่วนอย่างนี้รอไม่ได้ จึงบอกว่าให้ไปพักคอยที่สวนหลังบ้านใกล้ชายป่า โดยมีทีมทำการกางเต็นท์ให้ และนำเตียงไม้ไผ่ ส่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น บางส่วนซึ่งญาติของผู้ป่วยเอามาจากบ้านของผู้ป่วยเอง เพียงเพื่อให้ปลอดภัยห่างไกลจากบ้านเรือนประชาชน ทำให้ประชาชนบางคนที่ผ่านไปเห็นเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าเราให้ผู้ป่วยอยู่อย่างอนาถา บริเวณชายป่า ไม่ไกลจากสถานที่เผาศพของหมู่บ้าน จนเกิดเป็นปมดราม่าในดระแสโซเชียล
    ซึ่งจริง ๆ แล้วตรงนั้นไม่ใช่โรงบาลสนามอย่างที่บางคนเข้าใจ แต่เป็นสถานที่พักคอย ที่เราไม่ได้วางแผนล่วงหน้า และไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ป่วยยืนยันมาเร่งด่วนอย่างนี้ ที่สำคัญคือเนื่องจากผู้ป่วยเดินทางมาไกลและต้องการให้พักผ่อนให้มาก ๆ ระหว่างรอการประสานกับทาง รพ. ครั้นจะเอาเข้าในหมู่บ้านชาวบ้านก็ไม่ยอม เลยต้องให้พักอยู่ตรงนี้ และใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงทางโรงพยาบาลร้อยเอ็ดกแจ้งให้สามารถนำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตามระบบได้และไม่มีปัญหาอะไร
 

เจ้าหน้าที่บอกอีกว่า ในกรณีผู้ที่ต้องการจะเดินทางกลับมารักษาในภูมิลำเนาจะต้องโทรเข้าที่ call center สสจ.ร้อยเอ็ด 086 4562792 รพ.ร้อยเอ็ด 043 518200 ต่อ 7174 ,7175  ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ จะได้เตรียมการรองรับ และดูแลตามระบบของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด

แจงปม ดราม่ากางเต็นท์ให้ผู้ป่วยโควิดข้างป่าช้าไม่ใช่ที่กักกัน

แจงปม ดราม่ากางเต็นท์ให้ผู้ป่วยโควิดข้างป่าช้าไม่ใช่ที่กักกัน


    สำหรับจังหวัดร้อยเอ็ดยอดผู้ป่วย covid 19 ประจำวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ระลอกเมษายน มีผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 63 ราย ผู้ป่วยสะสมรวมทั้งสิ้น 699 ราย รักษาในโรงพยาบาล 374 ราย รักษาหายสะสม 317 รายเสียชีวิตรวม 8 ราย
 โดย วินัย วงศ์วีระขันธ์

 

ข่าวล่าสุด