นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ในการประชุมสถานการณ์โควิด EOC มีมติชุดตรวจ rapid antigen test ชุดทดสอบรวดเร็ว ซึ่งเป็นชุดตรวจแบบง่าย เข้ามาสนับสนุนการตรวจในสถานพยาบาล ที่มีการขึ้นทะเบียนไว้ เพื่อลดระยะเวลาในการทราบผล ทั้งนี้หากผลพบตรวจเป็นบวก จะต้องตรวจด้วย วิธี RP-TCR เพื่อยืนยันผลอีกครั้ง
จากจะเสนอให้สามารถใช้ rapid antigen test ที่บ้านได้ หากยังมีประชาชนต้องการตรวจหาเชื้อโควิด-19 มากขึ้น ซึ่งจะดำเนินควบคู่ไปกับการรักษาตัวที่บ้านหรือ Home Isolation และ Community Isolation ซึ่งจะเป็นระบบสาธารณสุขเข้าไปดูแลติดตามในกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อที่รักษาตัวที่บ้าน
ส่วนมากตรการบุคคล กระทรวงสาธารณสุขให้ใช้มาตรการ Bubble and seal ภายในครอบครัว หลังพบมีการติดเชื้อกับคนในครอบครัวมากขึ้น รวมถึงเปิดให้สถานประกอบการที่ทำงานใช้มาตรการ WFH ที่ทำงานให้ได้ร้อยละ 70 เพื่อลดการแพร่ระบาด
กระทรวงสาธารณสุขกับ กทม.จะเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยง ตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้น และกลุ่ม 7 โรค เพื่อลดอัตราการป่วยมากและเสียชีวิต โดนเฉพาะพื้นที่ กทม.-ปริมณฑลจะเร่งฉีดภายนสัปดาห์หน้า โดยภายใน 2 สัปดาห์ จะฉีดวัคซีนให้ได้มากกว่า 1 ล้านโดส และภายในสิ้นเดือน คาดว่าจะสามารถฉีดวัคซีน ผู้สูงอายุและกลุ่ม 7 โรค ให้ได้ร้อยละ 60 เพื่อลดการแพร่ระบาดโควิด-19 และสร้างภูมิคุ้มกันหมู่
จะเสนอ ศบค.ยกระดับการควบคุม การจำกัดการเดินทางให้อยู่บ้าน ไม่ออกจากเคหสถาน ยกเว้นพบแพทย์ ซื้ออาหาร และฉีดวัคซีน เบื้องต้นมีกำหนด 14 วัน และจำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัด หรือพื้นที่ จะมีความเข้มข้นลดหลั่นกันไป ปิดสถานที่เสี่ยงสูง ยกเว้นตลาด และซูเปอร์มาร์เก็ต หรือสถานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต