ทางด้านทนายรณรงค์ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นลูกศิษย์วัดแห่งนี้มาก่อนและส่วนตัวรู้จักกับหลวงตานวยตั้งแต่เป็นเด็กวัดมา เมื่อทราบหลวงตานวยถูกขโมยเงินค่าผ่าตัดรักษาตาไปจนเกลี้ยง และในวันนี้ทางพนักง่นสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ได้เชิญตัวหลวงตานวยมาเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในเรื่องจำนวนเงินที่ถูกขโมยไป เพราะนายสำเพา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง แต่นำเงินหลวงตานวยไปเพียง 2 หมื่นบาทเท่านั้น ซึ่งทางหลวงตานวยก็ยืนยันกับพนักงานสอบสวนว่า มีเงินเก็บรวมกันไว้ 3 แสนกว่าบาทเพื่อใช่ผ่าตัดตาทั้งสองข้าง ไม่ได้มีแค่ 2 หมื่นตามที่ผู้ก่อเหตุให้การไว้ อย่างไรก็ตามจากข้อมูลที่ตนได้รับมาจากคนในละแวกวัด ให้ข้อมูลว่า นายสำเพาผู้ก่อเหตุรายนี้ นอกจากจะไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งแล้ว มาในระยะหลังกลับมีเงินไปซื้อสร้อยคอทองคำเส้นใหญ่มาใส่ มีเงินสดไปซื้อรถ จยย. มีเงินไปซื้อล็อตเตอรี่ทีเป็นร้อย ๆ ใบ ดังนั้นเมื่อมองดูพฤติกรรมจากการใช้เงินของนายสำเพาก็จะพบว่า ใช้เงินเกินตัวและใช้เกิน 2 หมื่นบาทแน่นอน เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องไปตามสืบสวนที่มาที่ไปของทรัพย์สินเหล่านี้จากนายสำเพาว่า ไม่มีอาชีพแต่ไปเอาเงินจากไหนจำนวนมากมาใช้จ่าย
และทราบจากพนักงานสอบสวนเจ้าขิงคดีว่าได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเคหะสถานกับผู้ต้องหารายนี้แล้ว แต่เนื่องจากผู้ต้องหาติดเขื้อไวรัสโควิดและถูกนำตัวส่งไปรักษาทั้งครอบครัว จึงต้องรอให้ผู้ต้งหารักษาตัวให้หายเสียก่อน จึงจะสามารถดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไปได้
ข่าวโดย ศุภชัย สินธ์ประเสริฐ : นนทบุรี