วันนี้ (7 ก.ค.64) ที่ทำเนียบรัฐบาล แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. เปิดเผยว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก แพทยสมาคมฯ มีความเป็นห่วงและประมวลว่า จากการพบสายพันธุ์เดลต้าในรอบเดือนมิถุนายน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐอเมริกา รายงานว่าสายพันธุ์นี้มีความสามารถในการแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้คาดการณ์ว่าจะมีการเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อ 2 เท่าภายในสองสัปดาห์ ดังนั้นเราจะเห็นตัวเลขการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหากคาดการณ์ไปในสัปดาห์หน้า ตัวเลขผู้ติดเชื้ออาจจะเพิ่มขึ้นถึง 10,000 คน
นอกจากนี้ มีผู้เชี่ยวชาญได้นำเสนอรายละเอียดของสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งพบว่าระบาดหนักในอังกฤษ พบในประชากรผู้ติดเชื้อเกิน 90 % อเมริกาพบเพิ่มขึ้นเป็น 20 % โดยมีรายงานว่าพบทั้งในคนที่ได้รับวัคซีนเข็ม 1,2 ยังมีโอกาสติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้าได้ โดยในอังกฤษพบผู้ติดเชื้อแม้ได้รับวัคซีนเข็ม 1,2 จำนวน 7,235 ราย แต่ข้อดีภาพรวมของคนที่ฉีดวัคซีน มีเพียง 8 % ที่มีอาการหนักนอนโรงพยาบาลและทำให้ยอดการเสียชีวิตต่ำลง จึงเน้นให้ผู้สูงอายุเข้ารับการฉีดวัคซีน เพราะตัวเลขที่มีการรายงานการแพทยระบาดของสายพันธุ์เดลต้า จะพบผู้ติดเชื้อสูง ซึ่งผู้สูงอายุและ7 กลุ่มโรคถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง หากติดเชื้อจะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิต ทั้งนี้หากได้รับวัคซีนแม้จะเป็นเพียงแค่เข็มแรกจะมีภูมิคุ้มกันโรค ลดการป่วยหนักและลดอัตราการตาย
แพทย์หญิงอภิสมัย กล่าวต่อ สำหรับรายงานการติดเชื้อ โควิด-19 ประจำวันที่ 7 กรกฎาคม 2564 ประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 64 ของโลก ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ 6,519 ราย ติดเชื้อในประเทศ 6,448 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 16 ราย จากเรือนจำที่ต้องขัง 55 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 272,309 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 301,172 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 4,148 ราย หายป่วยสะสม 203,745 รายเสียชีวิตเพิ่ม 54 ราย เสียชีวิตสะสม 2,293 คน ผู้ป่วยรักษาอยู่ 67,614 ราย ในโรงพยาบาล 33,991 รายโรงพยาบาลสนาม 33,623 ราย อาการหนัก 2,496 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 676 ราย
ผู้ได้รับการฉีดวัคซีนฉีดแล้ว 11,328,043 โดส ฉีดเข็มที่หนึ่งเพิ่ม 223,268 ราย สะสม 8,245,297 ราย ฉีดเข็มที่สองเพิ่มขึ้น 46,385 ราย สะสม 3,082,746 ราย สำหรับจำนวนการได้รับวัคซีนของประเทศไทย แยกตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคเป้าหมาย 5,350,000 ราย ได้รับวัคซีนเข็มที่หนึ่ง 835,915 ราย คิดเป็นร้อยละ 15.6 ขณะที่ได้รับวัคซีนเข็มที่สอง 187,586 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.5 ขณะที่ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปกลุ่มเป้าหมาย 12,500,000 ราย ได้รับวัคซีนเข็มที่หนึ่ง หนึ่ง 1,616,977 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.9 ได้รับวัคซีนเข็มที่สอง 106,274 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.9 ทั้งนี้สำนักอนามัย ได้รายงานมีการปรับแผนการฉีดวัคซีนสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระดมไปในส่วนผู้สูงอายุมากขึ้น กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานอนามัย ฉีดวัคซีนผู้สูงอายุที่ผ่านมาเพิ่มอีกกว่า 10,000 ราย
ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการรายงานลักษณะความรุนแรงของผู้ป่วยแยกตามสีเขียว เหลือง และแดง จากการแพร่ระบาดในช่วงเดือนเมษายน 2564 ผู้ป่วยส่วนใหญ่ 80 % เป็นผู้มีอาการระดับสีเขียว เหลือง 15 % และแดง ประมาณ 5 % ซึ่งขณะนี้ตัวเลขกลุ่มสีเขียวเหลือ 70 % สีเหลืองเริ่มมีอาการรุนแรงมากขึ้นเป็น 20 % และผู้สีแดงเพิ่มขึ้นเป็น 10 % ทั้งนี้ผู้ป่วยที่อยู่ในระดับสีแดง 10 ราย จะมี 4-5 ราย จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และผู้ป่วยที่ใส่เครื่องช่วยหายใจ 10 คน จะมีรายงานผู้เสียชีวิต 1-2 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทางกระทรวงสาธารณสุขเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและนำไปสู่มาตรการจัดการเตียงรวมถึงระดมเรื่องการรักษาเป็นไปตามบริบทที่พบในตอนนี้