7 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจังหวัดนครพนมตรวจพบผู้ป่วยมากถึง 30 ราย โดย นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้กล่าวต่อสื่อมวลชนในช่วงหนึ่งว่าตัวเลขดังกล่าวอาจจะเป็นการเริ่มต้นเท่านั้น ตราบใดถ้าส่วนกลางยังมีผู้ป่วยยอดเกินกว่า 5,000 รายติดต่อกันหลายวัน พื้นที่ต่างจังหวัดก็คงไม่แตกต่างกัน เนื่องจากจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา จึงขอให้พี่น้องประชาชนหมู่บ้าน ชุมชน ร่วมด้วยช่วยกันสอดส่องผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง หากไม่มีการรายงานตัวต่อผู้นำชุมชน หรือ อสม. ให้รีบแจ้งไปยังอำเภอด่วนทันที เพราะทางจังหวัดมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด โดยยกเลิกการกักตัวในบ้าน เพราะมีข้อมูลพบว่ามีการติดเชื้อกันในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้น ผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงต้องเข้าสู่ระบบสาธารณสุขที่คณะกรรมการโรคติดต่อฯ ที่มีมติให้ทุกคนรายงานตัวก่อนเข้าพื้นที่ พร้อมตรวจหาเชื้อโควิดและกักตัวตามที่รัฐจัดให้เท่านั้น ผู้ใดฝ่าฝืนจะมีความผิดทันที
ล่าสุด นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.นครพนม โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เผยตัวเลขว่ามีรายงานพบยอดผู้ติดเชื้อ ทำสถิตินิวไฮอีกครั้งถึง 42 ราย ประกอบด้วย อ.ธาตุพนม 11ราย อ.เมืองฯ 3 ราย อ.นาหว้า 1 ราย อ.ศรีสงคราม 4 ราย อ.เรณูนคร 1 ราย อ.นาแก 1 ราย อ.โพนสวรรค์ 13 ราย อ.ปลาปาก 1 ราย และ อ.ท่าอุเทน 7ราย ทั้งหมดเป็นเคสมาจากพื้นที่เสี่ยง จำนวน 38 ราย เคสในชุมชน 4 ราย รวมยอดสะสมทั้งสิ้น 329 ราย
โดย ผวจ.นครพนม กล่าวว่า ผู้มาจากพื้นที่เสี่ยงไม่น่ากังวล เพราะทราบล่วงหน้าอยู่แล้ว ตลอดจนมีการรับมือนำตรวจหาเชื้อในโรงพยาบาลทันที ถึงไม่ป่วยก็ต้องกักตัวไม่ให้เข้าบ้าน สิ่งที่ห่วงที่สุดคือ เคสในชุมชน 4 รายของอำเภอธาตุพนม อาจจะเป็นหายนะของจริง เพราะจากการสอบสวนโรคเบื้องต้น ข้อมูลระบุไปที่จังหวัดข้างเคียงที่มีรอยต่อกับ อ.ธาตุพนม ว่าต้นตออยู่ที่นั่น โดยเดินทางมาหาญาติที่ ต.อุ่มเหม้า ทั้งนี้มาตรการของจังหวัดนั้นกับนครพนมไม่เหมือนกัน ทางนั้นมาจากพื้นที่เสี่ยงไม่ได้ตรวจทุกราย การตรวจขึ้นกับการประเมินของเจ้าหน้าที่ว่าเสี่ยงสูงขนาดไหน เสี่ยงสูงถึงได้ตรวจ ขณะที่นครพนมถ้ามาจากพื้นที่เสี่ยงจับตรวจทุกราย