“สำหรับการวางแผนรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น ด้านเตียงที่จะรองรับผู้ป่วยนั้นได้วางแผนไว้ 2 แนวทาง คือ เปิดโรงพยาบาลสนามที่พุทธมณฑลอีสาน เพื่อรองรับกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ อาการไม่หนัก สามารถดูแลตัวเองได้ ซึ่งจะใช้บุคลากรทางการแพทย์ไม่มาก ส่วนแนวทางที่ 2 คือ ทางโรงพยาบาลขอนแก่น ได้เปิดอาคารอายุรกรรม 298 เตียง ชั้น 8 ซึ่งห้องนี้ต้องมีความพร้อมด้านเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องติดตามการทำงานของสัญญาณชีพและหัวใจ เครื่องช่วยหายใจ เครื่องฟอกเลือดแบบต่อเนื่อง และเครื่องอัลตร้าซาวน์ เป็นต้น สำหรับรักษาผู้ป่วยแยกโรควิกฤตทางเดินหายใจ สำหรับรักษาผู้ป่วยติดเชื้อที่แสดงอาการ มีเชื้อไวรัสลงปอด ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ห้องผู้ป่วยที่แสดงอาการ มีอาการปอดอักเสบรุนแรงระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ต้องใส่ท่อหายใจ ผู้ป่วยยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ มีทั้งหมด 30 เตียง มีผู้ป่วยรักษาตัวเต็มแล้ว และห้องผู้ป่วยโควิด 19 วิกฤติ มีเตียงทั้งหมด 10 เตียง มีผู้ป่วย 4 ราย ที่ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งทางแพทย์เองได้ประเมินสถานการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดสรรเตียงผู้ป่วยให้ครอบคลุมและทั่วถึง แต่จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ยังไม่สามารถบอกได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าเตียงรักษาจะเพียงพอหรือไม่”นพ.สุรพันธ์ กล่าว
สำหรับคลัสเตอร์เด็กเล็กที่มารักษาตัวในโรงพยาบาลขอนแก่น อาการเด็กเล็กและครู ไม่แสดงอาการ อาการยังคงปกติ ยังวิ่งเล่นได้ตามปกติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสังเกตอาการ หากไม่แสดงอาการจะแยกผู้ป่วยเด็กอยู่นอกหอผู้ป่วยความดันลบ แต่ยังอยู่ในโซนที่ควบคุมการแพร่ระบาด ห้องความดันลบที่รักษาเด็กเล็กนั้น เดิมเป็นห้องความดันลบที่รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 กระทั่งสถานการณ์โควิด 19 ในระยะนั้นเริ่มคลี่คลาย จึงใช้เป็นห้องแยกโรค รับผู้ป่วยที่เป็นวัณโรค รวมทั้งโรคทางเดินหายใจ กระทั่งมีการระบาดของโควิดเข้ามาอีก ได้ใช้เป็นห้องดูแลรักษา คลัสเตอร์เด็กเล็ก ซึ่งการบริหารจัดการเตียงนั้น บุคลากรทางการแพทย์จะต้องประเมินอาการผู้ป่วยแต่ละราย ทั้งนี้เพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด