นายก อบต.เกาะเกร็ด เปิดเผยว่า วันดังกล่าวตนได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากลูกบ้านในเกาะเกร็ดมาว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อ 1 ราย ต้องการเรือไปส่งตัวขึ้นรถโรงพยาบาลที่ท่าเรือวัดเตย ในตอนบ่ายสองโมง ซึ่งถือเป็นผู้ป่วยติดเชื้อรายที่ 12 ของเกาะเกร็ด จนแล้วเสร็จ ปรากฏว่าต่อมาในเวลา 17.30 น. ตนก็ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากลูกบ้านมาอีกครั้งว่า มีผู้ติดเชื้ออีกรายมีจำเป็นต้องข้ามฝั่งไปขึ้นรถโรงพยาบาลที่ท่าเรือวัดปรมัยยิกาวาส ตนจึงต้องกลับมาสวมใส่ชุดป้องกัน PPE และสวมบทบาทเป็นคนขับเรืออีกครั้งเพื่อนำผู้ป่วยไปส่งขึ้นรถต่อ ถือว่าเป็นผู้ป่วยรายล่าสุด คนที่ 13 ที่พบว่าติดเชื้อบนเกาะเกร็ด
นายก อบต.เกาะเกร็ด กล่าวอีกว่า ทุกๆครั้งที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดร้องขอความช่วยเหลือมา เพราะไม่สามารถหาเรือข้ามฟากข้ามมาขึ้นรถโรงพยาบาลที่รอรับอยู่อีกฝั่งได้ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการไปแพร่เชื้อให้คนขับเรือรับจ้างติดเชื้อไปด้วยและอาจจะทำให้ลุกลามไปสู่ผู้คนอื่นๆบนเกาะอีก ตนเองเมื่ออาสารับหน้าที่จากชาวบ้านบนเกาะเกร็ดมาแล้ว ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แม้ว่าการที่ต้องมาเป็นคนขับเรือให้ผู้ป่วยนั่ง จะเสี่ยงติดเชื้อได้ง่ายจากลมที่ตีกลับมาเวลาวิ่งเรือก็ตาม เพราะตนก็สวมใส่ชุด PPE และหน้ากากป้องกันเต็มที่แล้ว ถ้าเราไม่ทำลูกน้องเราก็ทำแทนต้องเสี่ยงแทนทั้งๆ ลูกเขายังเล็ก ชาวบ้านก็ยิ่งเสี่ยงกับเชื้อที่จะแพร่กระจายอีก
ดังนั้นเมื่อตนอาสาสมัครมาทำงานตรงนี้แล้ว ก็ต้องเสียสละทำหน้าที่ตรงนี้ต่อไป จะดึกแค่ไหน เที่ยงคืน ตี 1 ตี 2 ตนก็ขับเรือพาผู้ป่วยติด้ชื้อไปส่งมาแล้ว วันนี้เจอเพิ่มอีก 2 ราย ยอดผู้ป่วยติดเชื้อที่พบจึงนับได้ 13 ราย และทั้ง 13 ราย ตนเป็นคนขับเรือข้ามฟากมาส่งด้วยตัวเองทั้งหมด ถึงแม้จะได้ฉีดวัคซีนแอสตรามาแล้วเข็มหนึ่งก็ตาม ยอมรับว่าใจหนึ่งก็กลัวเหมือนคนทั่วไปว่าจะติดกับเขาเหมือนกัน แต่หน้าที่ตรงนี้ก็ไม่สามารถทิ้งไปได้ คงต้องดูแลช่วนเหลือกันไป ซึ่งถ้ายังพบผู้ป่วยติดเชื้ออีกตนก็ยังยืนยันว่าจะทำหน้าที่ขับเรือข้ามฟากมาส่งลูกบ้านที่ติดเชื้อไปขึ้นรถโรงพยาบาลต่อไป
ข่าว/ภาพ-ศุภชัย สินธ์ประเสริฐ