เนชั่นทีวี

ข่าว

ผู้เช่าอุตรดิตถ์ยื่นหนังสือส.ว."ถูกเลิกสัญญา-ไล่ที่"

04 ก.ค. 2564 | supee

ผู้เช่าอุตรดิตถ์ยื่นหนังสือส.ว."ถูกเลิกสัญญา-ไล่ที่"

อุตรดิตถ์ - ตัวแทน-ผู้เช่า 20 คน นำรายชื่อพร้อมสัญญาเช่าอาคารของ รฟท.จำนวน 142 รายชื่อจำนวนห้องเช่า 162 ห้องยื่นต่อพีระศักดิ์ พอจิต  เพื่อขอให้ช่วยเจรจาผู้ว่าการ รฟท. หลังมีผู้เช่าบางรายถูกบอก ยกเลิกสัญญาเช่า และทำการขับไล่ออกจากอาคาร ทั้งที่เช่ามาตั้งแต่ปี 2518

โดย บุญพิมพ์ ใบยา
วันที่ 4 กรกฎาคม 2564 ที่บ้านพักของนายพีระศักดิ์ พอจิต สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) บ้านม่อนดินแดง ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายพูลศักดิ์ ชูพาณิชสกุล ตัวแทนพร้อมผู้เช่าอาคารการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์จำนวน 20 คน นำรายชื่อพร้อมสัญญาเช่าอาคารของ รฟท.จำนวน 142 รายชื่อ จำนวนห้องเช่า 162 ห้องยื่นต่อนายพีระศักดิ์ เพื่อขอให้ช่วยเจรจากับนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการ รฟท.หลังมีผู้เช่าอาคาร รฟท.บางรายถูกบอกเลิกสัญญาเช่า และทำการขับไล่ออกจากอาคาร และพื้นที่เคยเช่ามาตั้งแต่ปี 2518 เนื่องจากหมดสัญญาเช่าตามสัญญาเดิม 

 

ขณะเดียวกันทาง รฟท.ก็ร่างสัญญาเช่าใหม่ในในอัตราค่าเช่าที่สูงขึ้นมากและในอัตราก้าวหน้าขึ้นทุก 3 ปี บางรายหมดสัญญาเช่าเดิมไปแล้วก็ไม่ได้รับการต่อสัญญาฉบับใหม่จาก รฟท. ผู้เช่าบางรายจึงนำเงินไปวางทรัพย์ต่อสำนักงานบังคับคดี จ.อุตรดิตถ์ เพื่อแสดงเจตจำนงว่า ได้ชำระค่าเช่ารายเดือนให้กับ รฟท. แต่ทาง รฟท.ไม่ติดต่อเพื่อขอรับเงินค่าเช่าจากสำนักงานบังคับคดี จ.อุตรดิตถ์ แต่อย่างใด

นายพูลศักดิ์ กล่าวว่า เดิมผู้เช่าทุกรายดังกล่าว ไม่มีพื้นที่ทำการค้าขาย และต้องการขยายเขตเศรษฐกิจของ จ.อุตรดิตถ์ให้เติบโตขึ้น จึงทำสัญญาเช่าที่ดินว่างเปล่าของ รฟท.ตั้งแต่ปี 2518 เป็นต้นมาบริเวณถนนสำราญรื่น ถนนสุขเกษม เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ โดยที่ทางผู้เช่าทำการออกเงินค่าวัสดุและก่อสร้างอาคารบนพื้นที่ของ รฟท.เอง หลังสร้างเสร็จทำสัญญาเช่าอาคารที่ผู้เช่าก่อสร้างให้กับทาง รฟท.เมื่อครบกำหนด 10 ปี ผู้เช่าต้องโอนอาคารให้เป็นกรรมสิทธิ์ให้กับ รฟท. โดยที่ค่าเช่าตั้งแต่ปี 2518 เป็นต้นมา นั้นมีการสัญญาเช่ากันมาตลอด ขณะเดียวกันค่าเช่าก็แพงขึ้นในอัตราก้าวหน้าเช่นเดียวกันจนปัจจุบัน รฟท.คิดค่าเช่าสูงถึงห้องละ 3,200-4,022 บาท ทำให้บางรายเดือดร้อนแทบจะอยู่กันไม่ได้ ในสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ และสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในปัจจุบันนี้ ซึ่งต่างจากการเช่าที่ดินราชพัสดุเพียงเดือน ละ 800-900 บาทเท่านั้น

“ก่อนหน้านี้ทางผู้เช่าทั้งหมด ได้ทำหนังสือไปยัง รฟท.เพื่อขออุทธรณ์การส่งมอบอาคารให้กับรฟท.ในรายที่ รฟท.ไม่ต่อสัญญาเช่าให้ และขอให้ รฟท.คิดค่าเช่าในอัตราเหมือนเดิมคือตั้งแต่หลังปี 2553 ที่คิดในอัตราค่าเช่าเดือนละ 937 บาท แต่ทาง รฟท.กลับไม่มีการตอบรับหรือรับรู้เรื่องของผู้เช่า จ.อุตรดิตถ์แต่อย่างใด ซึ่งทางผู้เช่าเองมีความเดือดร้อนใจอย่างมาก เพราะเกรงว่าผู้เช่าทั้งหมดจะถูกบอกเลิกสัญญา ถูกขับไล่ออกจากที่ดินของ รฟท.จนไม่มีที่ค้าขายอีกต่อไปในอนาคต จึงต้องมาร้องของให้ ส.ว.ช่วยเหลือซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายของผู้เช่าทั้ง 142 รายแล้ว” นายพูลศักดิ์ กล่าว

 

ด้านนายพีระศักดิ์ พอจิต กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้เช่าเคยมาปรึกษาครั้งหนึ่งแล้ว ในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชนก็นำเรื่องนี้ไปหารือพูดคุยกับผู้ว่าการ รฟท.ซึ่งอดีตเป็นอัยการรุ่นน้อง ทางผู้ว่าการ รฟท.เองก็ตอบรับและรับทราบปัญหานี้แล้ว พร้อมเห็นใจผู้เช่าอาคารของ รฟท. อย่างไรก็ตามจะเชิญผู้ว่าการ รฟท.ลงมา จ.อุตรดิตถ์ เพื่อหาทางออกร่วมกับผู้เช่า จ.อุตรดิตถ์ ขณะเดียวกันเบื้องต้นจะนำเรื่องนี้ไปประสานกับทางกรรมาธิการคมนาคม ส.ว.เพื่อหาแนวทางเพื่อช่วยเหลือผู้เช่า จ.อุตรดิตถ์ต่อไป

ข่าวล่าสุด