วันนี้ (1 ก.ค.64) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สภาล่ม ขณะที่จะลงมติมาตราที่มีการแก้ไขร่างพ.ร.บ.วัตถุอันตราย ได้สะท้อนอะไรหรือไม่ ว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดแต่ได้ชมการถ่ายทอดสดการประชุมรัฐสภา และไม่แน่ใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวเนื่องกับกลัวการแพร่ระบาดโควิด-19 หรือไม่เห็นด้วยกับพ.ร.บ.วัตถุอันตรายกันแน่
ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ตั้งข้อสังเกตว่าหากพ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวผ่านแล้ว จะทำให้ 3 สารเคมี ที่ประกอบด้วยพาราควอต คลอร์ไพริฟอสและไกลโฟเซต เข้าไทยได้นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า นั่นคือปัญหา จึงไม่แน่ใจว่าสภาฯล่มจากสาเหตุใด พร้อมปฏิเสธไม่ทราบว่า ถ้าหากร่างพ.ร.บ. ดังกล่าวผ่านสภาฯ จะทำให้สารเคมีดังกล่าวจะเข้ามาในไทยได้หรือไม่ ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการอยู่
พร้อมกันนี้ยังปฎิเสธตอบกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของส.ส.ที่ไม่ทำหน้าที่จนทำให้สภาฯล่ม
ส่วนที่สภาฯล่มบ่อยจะส่งผลกระทบต่อการบริหารของรัฐบาลหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า คงไม่ได้ล่มบ่อยครั้ง นานๆจะล่มที แต่ช่วงนี้มีสถานการณ์โควิดเข้ามาจึงต้องจำกัดคน สมาชิกบางคนอาจจะกลัว แม้ว่าทางสภาจะมีมาตรการป้องกันก็ตาม
นายวิษณุ ระบุอีกว่า ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสภาฯล่ม จะกระทบต่อกฎหมายที่สำคัญของรัฐบาลหรือไม่ ต้องรอดูไปก่อน แต่คาดว่าจะไม่กระทบกับกฎหมายงบประมาณเพราะยังมีระยะเวลาอีกนานและคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
ส่วนกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า เป็นแท็กติกที่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ นายวิษณุ มองว่ากรณีนี้เป็นเหมือนกับการประชุมสภาฯทั่วไป เมื่อเห็นขัดแย้งก็มีการวอล์คเอาท์ออกจากห้องประชุมหรือให้นับองค์ประชุมใหม่ หรือแม้กระทั่งสมาชิกอยู่ครบองค์ประชุมแต่ไม่ยอมขานชื่อ ซึ่งเทคนิคในสภาฯมีอยู่มากมาย ไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่หากเป็นการพิจารณาเรื่องสำคัญจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ สำหรับการประชุมเมื่อวานนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะในมาตรา 6 มีการถกเถียงและหารือกันหลายวันแล้ว
หากเมื่อวานนี้มีการลงมติกฎหมายการเงินแต่ล่ม ไปจะส่งผลกระทบกับรัฐบาลหรือไม่นั้น นายวิษณุ ระบุว่า ปกติแล้วหากจะส่งผลต่อรัฐบาลได้ กฏหมายต้องตกไปตั้งแต่วาระที่ 1 หากอยู่ในวาระ 2 แล้วรัฐบาลไม่มีสิทธิ์เข้าไปชี้แจง ซึ่งถือเป็นทำเนียมและมารยาทที่ถือปฏิบัติกันมา เมื่อมีกฎหมายการเงินเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯหากวาระ 1 ไม่ผ่าน เปรียบเสมือนรัฐสภาไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะต้องมีการแก้ไขอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ลาออกหรือยุบสภาฯ