ส่วนที่ฟาร์มสาธิตเลี้ยงโค-กระบือ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 64 พบมีการแพร่ระบาดเชื้อลัมปี สกิน ครั้งแรกในฟาร์มของมหาวิทยาลัย 2 ตัว คาดว่ามาจากแมลง จากนั้น 2-3 วันต่อมา วัวที่เลี้ยงอยู่ด้วยกันติดโรคตามมา ในระยะนั้นมีวัวเต็มคอก จึงเคลื่อนวัวออกมาไม่ได้ จึงได้ล็อคดาวน์คอกวัว พร้อมกับพ่นยาฆ่ายุง แมลงวัน ป้องกันไม่ให้ติดลามไปยังวัวตัวอื่น พร้อมกันนี้มหาวิทยาลัยเร่งระดมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย
"สำหรับในฟาร์มเลี้ยงโคมีทั้งวัวเนื้อ วัวนม วัวไทยสายพันธุ์อีสาน ติดโรคลัมปี สกินแล้ว 23 ตัว จากทั้งหมด 90 ตัว มีนักวิชาการ นักศึกษาลงรักษา รวมทั้งวิจัยหาวิธีรักษาทุกเย็น ทั้งการให้ยา ติดตามอาการ จึงยังคงควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ "รศ.ดร.กฤตพล กล่าว รศ.ดร.กฤตพล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับภาคอีสานมีวัวกว่า 4 ล้านตัว ติดเชื้อร้อยละ 10 ในจำนวนนี้มีวัวตายถึงร้อยละ 5-10 ถือว่าอัตราการตายสูง เมื่อเทียบกับมาตรฐานที่ตั้งไว้แค่ร้อยละ 1 ทางมหาวิทยาลัยจึงพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยศึกษาเรื่องการรักษากับวัวที่ติดเชื้อลัมปี สกิน ที่เลี้ยงไว้ในฟาร์มสาธิต โดยพยายามหาวิธีรักษาเพื่อลดอัตราการตาย โดยงานวิจัยของมหาวิทยาลัย คือ การรวบรวมความรู้ด้านการรักษา การให้ยา ยารักษามีทั้งยาในประเทศ และยาสั่งซื้อ ยาฉีด ยาทา จากการวิเคราะห์ปัญหา พบว่า การรักษาเป็นไปด้วยความล่าช้ามากจากปัจจัยหลายด้าน คือ ด้านงบประมาณ ขาดแคลนสัตวแพทย์และเกษตรกรหาซื้อเวชภัณฑ์ไม่ได้