นพ.ทวีศิลป์ แจง ประกาศฉบับที่ 25 เจตนาควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานก้อนใหญ่ ส่วนการซ่อมแซมหรือสร้างบ้านที่ใช้คนงานไม่เกิน 20 คน สามารถทำได้ ระบุ 10 อันดับสูงสุด มีเพียงจังหวัดเดียวคือ ยะลา ที่ผู้ติดเชื้อไม่เกินร้อย สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ 4,624 ราย หายป่วยเพิ่ม 2,793 ราย

วันนี้ (29 มิ.ย.64) นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. เปิดเผยตัวเลขสถานการณ์ประจำวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2564 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 78 ของโลก พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 4,662 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยรายใหม่ 4,652 ราย ผู้ป่วยในเรือนจำ 10 ราย พบผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมด 254,515 ราย รักษาอยู่ 47,481 ราย รักษาในโรงพยาบาล 20,732 ราย และโรงพยาบาลสนาม 24,749 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 1,846 ราย และต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 527 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 205,064 ราย หายเพิ่ม 2,793 ราย เสียชีวิตใหม่ 36 ราย รวมเสียชีวิต 1,970 ราย

โดยผู้เสียชีวิตเป็นชาย 20 ราย หญิง 16 ราย ค่ากลางอายุ 67.5 ปี อายุระหว่าง 41-93 ปี ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 67% เป็นชาวไทย 35 ราย และนิวซีแลนด์ 1 ราย ค่ากลางการนอนรักษาจนเสียชีวิต 9 วันและรักษาตัวนานสุดจนถึงเสียชีวิต 52 วัน โรคประจำตัวที่เสียชีวิตมากที่สุด คือ โรคเบาหวาน ความดันสูง โรคอ้วน และมะเร็ง รวมถึงส่วนใหญ่ติดเชื้อจากคนในครอบครัว แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 19 ราย นนทบุรี 7 ราย นครปฐมและเชียงราย จังหวัดละ 2 ราย สมุทรสาคร สมุทรปราการ ชลบุรี สงขลา ปราจีนบุรี และสมุทรสงคราม จังหวัดละ 1 ราย ซึ่งปัจจัยการเสียชีวิตพบว่า มาจากครอบครัวอย่างสูง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กลุ่มคนที่ติดเชื้อและเข้ามาในระบบระบบบริการ การค้นหาเชิงรุก กลุ่มเสี่ยง มีการตั้งคำถามว่าติดเชื้อจากคลัสเตอร์ต่างๆ หรือการสัมผัสจากครอบครัว ใกล้ชิดกัน ปรากฏว่ามาจากคลัสเตอร์ประมาณ 25% คิดเป็น 1 ใน 4 และ 3 ใน 4 มาจากรายบุคคล ในครอบครัว ดังนั้นมาตรการต่างๆ ที่ออกมาอยู่ในกลุ่มคลัสเตอร์ใหญ่ๆ จะจัดการได้กลุ่มหนึ่ง แต่มาตรการรายย่อยจะต้องมีการพูดคุย ทั้งนี้แม้กลับเข้าในบ้านจะต้องมีการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างดี

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 4,624 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้า State Quarantine 28 ราย เป็นการค้นหาเชิงรุก โรงงานและในชุมชน 941 ราย ค้นหาเชิงรุกในเรือนจำ 10 ราย เข้าระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 3,683 ราย ส่วนยอดการฉีดวัคซีนในประเทศไทยรวม 9,416,972 ราย สะสมแบ่งเป็นฉีดวัคซีนเข็มแรก 6,721,038 ราย เพิ่มขึ้น 185,261 โดส และเข็มที่สองจำนวน 2,695,934 ราย เพิ่มขึ้น 86,273 ราย

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า ลักษณะของกลุ่มอายุ ผลกลุ่มอายุ 20- 29 และ 30- 39 ปี ซึ่งวัยแรงงานหรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น จะเป็นกลุ่มคนมีความแอคทีฟ ออกจากบ้าน จากพื้นที่ การไปทำงาน จึงเป็นกลุ่มเสี่ยงและมีการติดเชื้อสูงที่สุดและต่อเนื่องมาตลอด ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุกลายเป็นกลุ่มเสี่ยง ที่มีการเสียชีวิตมากที่สุด ขณะที่ผู้เดินทางจากต่างประเทศ 28 ราย พบว่ามีการเดินทางจากประเทศกัมพูชา 26 ราย และผ่านช่องทางธรรมชาติ 8 ราย โดยวันที่ 25 มิถุนายน พบเพศชายอายุ 35 ปี สัญชาติไทย อาชีพพนักงานออนไลน์ ติดเชื้อ มีอาการ เข้าพักรักษาที่ โรงพยาบาลอรัญประเทศ ส่วนวันที่ 26 มิถุนายน เพศชาย 4 ราย อายุระหว่าง 19-26 ปี เพศหญิง 3 รายอายุระหว่าง 17- 29 ปีสัญชาติไทย 7 ราย อาชีพไม่ระบุ พบผลติดเชื้อมีอาการ 3 ราย ไม่มีอาการ 4ราย เข้าพัก/รักษา LQ จันทบุรี/ โรงพยาบาลพระปกเก้า

สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศรายใหม่ประจำวันที่ 29 มิถุนายน 10 อันดับแรกกรุงเทพมหานคร 1,692 ราย สมุทรปราการ 647 ราย สมุทรสาคร 239 ราย นนทบุรี 185 ราย สงขลา 182 ราย ปทุมธานี 180 ราย นครปฐม 168 ราย ชลบุรี 146 ราย ปัตตานี 143 รายและยะลา 89 ราย

ส่วนคลัสเตอร์ในกรุงเทพมหานคร มีที่ต้องเฝ้าระวังจำนวน 106 แห่ง โดยกลุ่มสีเหลือง ที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ใน 14 วัน 10 แห่ง ส่วนที่ดีขึ้นไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ตั้งแต่ 28 วันขึ้นไป เพิ่มขึ้นมา 7 แห่ง ที่ 1. เขตบางซื่อ โกดังสินค้า 2.เขตดุสิต ไซด์งานก่อสร้าง 3. เขตคลองสามวา ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 4. เขตมีนบุรี ตลาดมีนบุรี 5. เขตวัฒนา สถานทูต 6. เขตบางคอแหลม ที่แคมป์คนงานก่อสร้าง และ 7. เขตยานนาวา โรงงานเย็บผ้า ทั้งนี้มีการลงตรวจ ชุมชนตลาดและแคมป์ก่อสร้าง พบว่าตลาดมีโอกาสติดเชื้อสูงสุด ซึ่งมีเป้าหมายตรวจ 87 แห่ง ตรวจได้ 32 แห่ง ตรวจพบเชื้อ 6 แห่ง ขณะที่แคมป์ก่อสร้าง เป้าหมาย 84 แห่ง ตรวจแล้ว 84 แห่ง พบติดเชื้อ 5 แห่ง

ส่วนการระบาดที่พบในจังหวัดที่รายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นประจำวันที่ 29 มิถุนายน พบว่า คลัสเตอร์ใหม่ จังหวัดสมุทรสาคร เมืองสมุทรสาคร โรงงานห้องเย็นพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9 ราย จังหวัดปทุมธานี ลำลูกกา โรงงานทำสบู่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 46 ราย จังหวัดนครปฐม นครชัยศรี โรงงานยางรถยนต์ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14 ราย จังหวัดระยอง ปลวกแดง บริษัทผลิตสายไฟพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 12 รายจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บริษัทผลิตแผงวงจรไฟฟ้า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11 ราย จังหวัดเพชรบุรี เขาย้อย บริษัทแห่งหนึ่ง (ไม่ระบุ) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 25 ราย อย่างไรก็ตามมีรายงานไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่หรือการติดเชื้อเป็นศูนย์ 6 จังหวัดคือ มหาสารคาม ลำพูน ตราด ยโสธร แม่ฮ่องสอน มุกดาหาร ส่วนจังหวัดที่มีรายงานผู้ติดเชื้อมากกว่า 100 ราย 9 จังหวัดคือ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี สงขลา ปทุมธานี นครปฐม ชลบุรีและปัตตานี

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า หลังจากได้มีการตอบคำถามเรื่องการซ่อมแซมบ้าน การปรับปรุงห้างสรรพสินค้าแล้วจะมีการนำคนงานไม่เกิน 20 คนเข้าไปได้หรือไม่ เรื่องดังกล่าวสามารถดำเนินการได้เพราะเจตนาของข้อกำหนดข้อที่ 2 ของประกาศฉบับที่ 25 เจตนาเป็นเรื่องการควบคุมแรงงานในลักษณะเป็นก้อนใหญ่ ซึ่งคณะที่ปรึกษาของศบค.ได้ให้ความห่วงใยคือกลุ่มแรงงานที่มีการเคลื่อนย้ายกลุ่มก้อนใหญ่และเคลื่อนย้ายไปมา ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งในกรุงเทพฯมี 575 แห่ง มีคนงานหลายหมื่นคน ส่วนรายย่อย เพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมบ้าน สายไฟมีปัญหา ท่อน้ำแตก ก็ยังสามารถดำเนินการได้ หรือแม้กระทั่งการสร้างบ้านที่มีคนงานไม่เกิน 20 คน ก็สามารถดำเนินการได้

นอกจากนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้สอบถามมายังที่ประชุมว่า มีบางบ้านที่เป็นบ้านหลังใหญ่มีคนงานกว่า 200 คนจะอนุญาตหรือไม่ ผอ.ศปก.ศบค. ระบุว่า ข้อกำหนดเรานี้ออกมาในภาพกว้าง เจตนาเพื่อดูภาพรวม แต่ถ้ามีข้อสงสัยข้อย่อยที่เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นจังหวัดต่างๆ ขอให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดได้นำข้อมูลต่างๆ มาและประเมินเองว่ามีความเสี่ยงต่อการติดต่อของโรคโควิด-19 หรือไม่ ถ้ามีก็ขอให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจในการที่จะให้ดำเนินการหรือไม่ให้ดำเนินการ ทั้งนี้หากมีมาตรการชัดเจน เช่น การทำบับเบิลแอนด์ซีล' (Bubble & Seal) ปิดมิดชิด มีที่พัก และคณะกรรมการโรคติดต่อลงไปสำรวจตรวจสอบแล้วมมั่นใจว่า ระบบการดูแลไม่มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน ก็ให้คณะกรรมการโรคติดต่อ เป็นผู้พิจารณา

ทั้งนี้ไม่มีข้อกำหนดข้อไหนที่จะทำให้ครอบคลุมได้ทุกโจทย์ จึงขอกราบอภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น ซึ่งเจตนาของกฎหมายคือต้องการดูแลกลุ่มก้อนใหญ่ๆ นอกจากนี้ในกลุ่มของผู้มีความรู้ด้านวิศวกร เป็นการสร้างอาคารขนาดใหญ่หรือที่ต้องลงไปใต้ดิน หรือวิศวกรรมเชิงความปลอดภัยในโครงสร้าง ถ้าถอนกำลังออกไป ไม่ได้มีการดูแลในพื้นที่ อาจจะมีความเสี่ยง เช่น พื้นดินยุบหรือเกิดอันตรายต่อโครงสร้างโดยรอบอาคารในส่วนนี้ ผอ.ศบค. ได้มีการสั่งการให้คณะกรรมการชุดย่อยได้มีการประชุมปรึกษา เพื่อที่จะหาข้อสรุปข้อยกเว้นหรือข้อที่ต้องผ่อนคลายบางอย่าง เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เหล่านั้นสามารถดำเนินการไปได้ โดยมีมาตรการความปลอดภัย และมาตรการควบคุมโรคให้เดินหน้าไปได้ด้วยกัน