สธ.เผยผลศึกษาประสิทธิผล 'วัคซีนซิโนแวค' จากการใช้จริง พบป้องกันติดเชื้อสายพันธุ์อัลฟา 71-91 % ส่วนประสิทธิผลต่อสายพันธุ์เดลต้า อยู่ระหว่างการศึกษารวบรวมข้อมูล

นพ.เกียรติภูมิวงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขว่าคณะกรรมการวิชาการในคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติและอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติได้สรุปผลการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีน Coronavacของบริษัทซิโนแวคในการป้องกันการติดเชื้อจากการใช้จริงในประเทศไทยช่วงเม.ย.-พ.ค.ซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดของเชื้อโรคโควิด19สายพันธุ์อัลฟา พบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ2เข็มอย่างน้อย14วัน มีประสิทธิผลในการลดการติดเชื้อสายพันธุ์อัลฟาได้71- 91 %โดยแยกการศึกษาในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่จ.ภูเก็ตมีประสิทธิผลป้องกันการติดเชื้อ90.7 % จ.สมุทรสาคร 90.5%ส่วนการศึกษาในกลุ่มบุคลากรสาธารณสุขจากเหตุการณ์การติดเชื้อที่จ.เชียงราย82.8 %และจากฐานข้อมูลกรมควบคุมโรค ศึกษาในบุคลากรสาธารณสุขพบมีประสิทธิผล70.9 %โดยคนที่ได้รับวัคซีน ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตจากโควิดส่วนประสิทธิผลต่อสายพันธุ์เดลต้าที่พบการระบาดเพิ่มมากขึ้นอยู่ระหว่างการศึกษารวบรวมข้อมูล



จากการติดตามข้อมูลประสิทธิผลของวัคซีนCoronavacหลังมีการใช้จริงโดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พบว่าที่ประเทศอินโดนีเซีย รายงานว่าหลังฉีดวัคซีนครบ2โดส ป้องกันการป่วยที่มีอาการ94 %ป้องกันการเสียชีวิตได้98%การศึกษาที่ประเทศชิลี พบป้องกันการป่วยที่รุนแรง89%และที่เมืองเซอร์รานาประเทศบราซิล หลังฉีดครบ2โดส ป้องกันการป่วยที่มีอาการได้80%และป้องกันการเสียชีวิตได้ 95%

ผลการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนในการใช้จริงในประเทศไทยและประเทศอื่นๆพบผลสอดคล้องกันว่า วัคซีนโคโรนาแวคมีประสิทธิผลสูงเพียงพอพอในการป้องกันโควิดโดยสามารถลดการติดเชื้อได้ระหว่าง71-91 %และลดการป่วยหนักและเสียชีวิตได้มากกว่า95%ในผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ2เข็มแล้วอย่างน้อย14วัน

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าวว่า ผลนี้แสดงถึงการป้องกันการติดเชื้อ เป็นผลในโลกจริงในประเทศไทยซึ่งผลของวัคซีนจะมี 2 ส่วน คือ ในหลอดทดลองและโลกจริงซึ่งจะเชื่อข้อมูลในโลกจริงมากกว่า เพราะในหลอดทดลองมีเงื่อนไขจำกัดขณะที่ในคนมีปัจจัยอื่นต่างกันไปไม่ว่าทางบางหรือลบ นอกจากนี้กำลังจะศึกษาในส่วนของวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าและวัคซีนซิโนแวคต่อสายพันธุ์เดลตา อาจจะเริ่มในช่วงก.ค.นี้ซึ่งสายพันธุ์เดลตาน่าจะมีสัดส่วนมากขึ้นในไทยโดยเฉพาะกทม.น่าจะครึ่งหนึ่ง