อุดรธานี เข้มตั้งด่านจุดสกัดคัดกรองตรวจโควิดแรงงานพื้นที่เสี่ยงกลับบ้าน โดยสังเกตทะเบียนจากพื้นที่เสี่ยง และรถส่วนตัวที่เดินทางมาจากแคมป์คนงาน ที่มีลักษณะพิเศษ รวมทั้งรถตู้และรถโดยสารที่รับจ้างไม่ประจำทางที่รับจ้างส่งคนงานจากแคมป์กลับภูมิลำเนา

28 มิถุนายน 2564 ที่ด่านจุดสกัดคัดกรองการแพร่ระบาดเชื้อโควิด 19 จ.อุดรธานี หน้าโรงพยาบาลโนนสะอาด ถ.มิตรภาพ ต.โนนสะอาด อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี นายขวัญชัย ไวศรีแสง ปลัดอำเภอโนนสะอาด นายบรรจบ อุนารัตน์ ผู้ช่วยแรงงานจังหวัดอุดรธานี และนายวิชิต ยศสงคราม สสอ.โนนสะอาด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนสะอาด เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อ.โนนสะอาด เจ้าหน้าที่ รพ.โนนสะอาด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวม 25 คน กำลังช่วยกันซักประวัติและสอบถามการเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสูงสุด 9 จังหวัด และพื้นที่เสี่ยงสูง 13 จังหวัด เพื่อคัดกรองตรวจหาเชื้อโควิดทั้งสองแบบ

อุดรตั้งด่านสกัดโควิดแรงงานพื้นที่เสี่ยงแห่กลับบ้าน



โดยเฉพาะคนที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.อุดรธานี หากไม่ใช่คนในพื้นที่หรือเป็นคนต่างจังหวัดจะอนุญาตให้เดินทางต่อ เพื่อไปตรวจคัดกรองหาเชื้อที่ภูมิลำเนาของตนเอง และหากมีจุดประสงค์ที่อยากจะตรวจหาเชื้อทางเจ้าหน้าที่ก็จะพาไปจุดตรวจภายใน รพ.โนนสะอาด โดยไม่มีค่าค่าใช้จ่าย โดยการตรวจหาเชื้อผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงของด่านจุดสกัดคัดกรองฯ เริ่มตั้งแต่องเมื่อวานที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้มีผู้เข้าตรวจคัดกรองหาเชื้อแล้วรวมทั้งหมด 62 ราย และยังไม่พบผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด

อุดรตั้งด่านสกัดโควิดแรงงานพื้นที่เสี่ยงแห่กลับบ้าน



โดยวันนี้ได้มีประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสูงสุดอยากตรวจหาเชื้อซ้ำ(ไม่ประสงค์ออกนาม) หลังได้เคยตรวจเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมาแล้ว แต่ผลไม่พบเชื้อ จึงได้เดินทางกลับภูมิลำเนาแบบรถยนต์ส่วนตัวพร้อมกับภรรยา ช่วงเดินทางได้รับแจ้งว่าเพื่อนร่วมแคมป์คนงานก่อสร้างในพื้นที่ กทม.ผลการตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด จึงอยากจะขอตรวจซ้ำอีกรอบ เพื่อความแน่ใจ และความสบายใจของญาติพี่น้อง และคนในหมู่บ้าน เนื่องจากขณะนี้โรงพยาบาลในพื้นที่ กทม.กลัวไม่มีเตียงรับผู้ป่วยแล้ว หากตัวเองและภรรยาติดเชื้อคงต้องลำบากไม่มีที่รักษา จึงเดินทางกลับมาที่บ้านพร้อมเข้าตรวจหาเชื้อโควิด และหากวันนี้ผลตรวจพบว่าติดเชื้อ ตนเองและภรรยาก็จะขอรักษาตัวอยู่ที่ รพ.โนนสะอาด เพราะไม่อยากไปแพร่เชื้อให้กับคนในครอบครัวและในหมู่บ้าน

อุดรตั้งด่านสกัดโควิดแรงงานพื้นที่เสี่ยงแห่กลับบ้าน

ส่วน น.ส.มะลิวัลย์ ชินนอก อายุ 34 ปี ชาว ต.โนนสมบูรณ์ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ตนทำอาชีพเป็นเชฟทำอาหารในโรงแรมมีชื่อแห่งหนึ่งในเขตบางรัก กทม. โดยตนเดินทางกลับบ้านโดยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมกับกับสามี และอยากมาตรวจหาเชื้อโควิดอีกครั้งก่อนจะกลับบ้าน จึงได้มาตรวจหาเชื้อที่ รพ.โนนสะอาด เนื่องจากอยู่ใกล้บ้านห่างกันประมาณ 10 กิโลเมตร และพวกตนเคยตรวจหาเชื้อที่ กทม.มาแล้ว 2 ครั้ง มีผลเป็นลบทั้งสองครั้ง โดยนายจ้างเป็นจัดหาเจ้าหน้าที่มาตรวจให้ทั้งหมด และตนก็ได้ฉีดวัคซีนมาแล้ว 1 ครั้ง ส่วนสามียังไม่ได้ฉีดที่ตนตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน เพราะมีความจำเป็นต้องมาดูมันสำปะหลังที่ปลูกไว้ 16 ไร่ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายอยู่ที่โน่น หลังจากไม่ได้ทำงานมา 3 เดือน แต่นายจ้างก็ยังจ่ายเงินเดือนให้ 75 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน และไม่ให้พบปะผู้คน และอยากฝากถึงคนที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงก็อยากให้มาตรวจก่อนที่จะเดินทางกลับไปบ้าน และเพื่อความสบายใจของตัวเรากับทางสังคม เพราะเหตุการณ์อย่างนี้เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

อุดรตั้งด่านสกัดโควิดแรงงานพื้นที่เสี่ยงแห่กลับบ้าน


นายขวัญชัย ไวศรีแสง ปลัดอำเภอโนนสะอาด เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อวานที่ผ่านมา คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.อุดรธานี ได้มีมติในที่ประชุมให้ อ.โนนสะอาด เป็นจุดสกัดคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ กทม. และจังหวัดพื้นที่เสี่ยงสูงและพื้นที่เสี่ยงสูง ตามนโยบายของรัฐบาลสั่งปิดแคมป์คนงานซึ่งคาดว่าแรงงานชาวอุดรธานี คงเดินทางกลับภูมิลำเนาด้วย จึงตั้งจุดสกัดคัดกรองตรวจหาเชื้อ เพื่อความสบายใจของญาติพี่น้องและคนในหมู่บ้าน โดยช่วงเย็นวานนี้ นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาตรวจความพร้อม และให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งช่วยแนะนำระบบในขั้นตอนของการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ โดยเน้นการอำนวยความสะดวก และตรวจหาเชื้อเป็นหลัก

โดยขั้นตอนแรกมอบหมายให้ตำรวจ สภ.โนนสะอาด ตั้งด่านคัดกรองรถที่ระบุป้ายทะเบียนจากพื้นที่เสี่ยง และรถส่วนตัวที่เดินทางมาจากแคมป์คนงาน ที่มีลักษณะพิเศษ รวมทั้งรถตู้และรถโดยสารที่รับจ้างไม่ประจำทางที่ รับจ้างส่งคนงานจากแคมป์กลับภูมิลำเนา ส่วนผู้ที่เดินทางมาจาก 22 จังหวัดกลุ่มเสี่ยง ทางเราก็จะเชิญลงจากรถ มาเข้าสู่ระบบการตรวจคัดกรอง และส่งข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำอำเภอตามภูมิลำเนา เพื่อตรวจหาเชื้อและกักตัวตามขั้นตอน ซึ่งในแต่ละวันหรือ 24 ชั่วโมง ด่านคัดกรองจะมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ 2 ชุด โดยชุดแรกจะเริ่มตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ชุดที่สองจะเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00-06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น "