เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 64 รายการสุดกับหมาแก่ ทางช่อง Nation TV 22 ดำเนินรายการโดย นายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ กับแขกรับเชิญ นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล มาร่วมพูดคุยในประเด็น "พรรคการเมืองกับผู้นำพรรค" อะไรสำคัญกว่ากัน
ผู้ดำเนินรายการได้อ้างอิงถึงผลโพลนิด้า ที่ดำเนินการโดยผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการนิด้าโพล ซึ่งล่าสุดผลโพล ในเดือนมิถุนายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คะแนนความนิยมตกแรงมาก เมื่อเทียบกับ 6 เดือนที่ผ่านมา หายไปตั้ง 10 % แต่คู่แข่งทางการเมืองก็ไม่มีใครเรตติ้งเพิ่มขึ้นเลย บางพรรคตกลงอีกต่างหาก ภาษาคนทำโพล จึงมีคำถามโตๆเลยว่า เกิดอะไรขึ้น ซึ่งน่าวิเคราะห์กับการเมืองไทยในเวลานี้
จากข้อมูล ย้อนไปเมื่อก.ย.63 ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นฐานเสียงของ"ลุงตู่"เกิดอาการงอน เนื่องจาก เงินผู้สูงอายุไม่ออก เปอร์เซ็นลดฮวบเหลือ 18.64 % มิ.ย.64 เรตติ้งก็เหลือใกล้เคียงกับเดือนก.ย.63 คือประมาณ 19.32 % ดร.สุวิชา บอกว่า ผู้สูงอายุ ไม่ชอบเรื่องการบริหารโควิดได้ไม่ดี ส่วนพรรคอื่นๆก็คงตัว สุดท้ายดร.สุวิชา บอกว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคก้าวไกลไม่เปลี่ยนหัวไม่เป็นไร แต่คงโตยากเหลือเกิน จึงเป็นประเด็นที่ต้องเชิญ คุณอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล มาร่วมสนทนา
จากเรตติ้งพรรคเพื่อไทยน่าวิเคราะห์ ไม่มีหัวหน้าพรรคการเมืองตัวจริง ไม่มีรายชื่อนายกรัฐมนตรี แต่ผลสำรวจเรตติ้งทุกครั้งมาอันดับ 1 ตลอด เป็นเรื่องที่แปลก ในขณะที่พรรคก้าวไกลกับพลังประชารัฐ ผลัดกันขึ้นลง ต้องชมก้าวไกล เด็กใหม่ทั้งนั้น แต่สามารถตีคู่กับพลังประชารัฐได้ก็น่าแปลก พรรคก้าวไกลยังค้ำอยู่ได้ที่ 12-13 % สำหรับประชาธิปัตย์ สำรวจกี่ครั้งก็ 7-8 % เมื่อดูเรตติ้งพรรคกับเรตติ้งคน ดร.สุวิชาจึงบอกว่า ก้าวไกล ปชป. ไม่เปลี่ยนหัวไม่โตแต่ไม่ตาย