เชียงใหม่ สสจ.เชียงใหม่ เฝ้าระวังโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา เตือนประชาชนการ์ดอย่าตก ขณะที่พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่อีก 7 ราย ล้วนแต่เป็นการนำเข้าเชื้อมาจากพื้นที่เสี่ยง เชื่อมโยงคลัสเตอร์งานแต่งสตูล พบทั้งนักบวช-ครูต่างชาติ ขณะที่จังหวัดเตรียมจัด Shuttle Bus รับ-ส่ง ประชาชนที่จะเข้ารับวัคซีนเข็ม2 วันที่ 28 มิ.ย.นี้ ใน 3 จุดหลัก

.

เชียงใหม่พบเชื้อโควิดนำเข้าอีก7ราย

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2564 นายแพทย์กิตติพันธุ์  ฉลอม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าสำหรับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะนี้มีสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือสายพันธุ์เดลตาซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เริ่มต้นมาจากประเทศอินเดีย อย่างไรก็ตามจากข้อมูลพบว่าสายพันธุ์นี้ไม่ได้ทำให้เกิดการเสียชีวิตหรืออัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้นแต่มีความสามารถในการแพร่เชื้อได้มากกว่าสายพันธุ์อังกฤษประมาณ 1.4 - 1.6 เท่า

 

          ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้ตรวจพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาแล้ว จำนวน 2 รายอย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นกังวลคือประสิทธิภาพของวัคซีนเพราะสายพันธุ์เดลตาที่เกิดการกลายพันธุ์นี้อาจทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงและอาจต้องใช้ภูมิคุ้มกันที่สูงขึ้นกว่าเดิม กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ปรับแผนในการฉีดวัคซีนให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้นตามความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่

 


เชียงใหม่พบเชื้อโควิดนำเข้าอีก7ราย

           นอกจากนี้ ยังมีสายพันธุ์ที่จะต้องระวังอย่างใกล้ชิดอีก 1 สายพันธุ์ คือสายพันธุ์เบตา จากประเทศแอฟริกาใต้ ที่เริ่มพบการนำเชื้อเข้ามาในประเทศไทยแล้วซึ่งสายพันธุ์นี้ไม่ได้มีผลเรื่องความรุนแรงที่ชัดเจนแต่ที่น่ากังวลคือความสามารถในการแพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็วเพราะฉะนั้นจังหวัดเชียงใหม่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครอบคลุมและมีผู้ได้รับวัคซีนจนครบ 2 เข็ม หรือต้องมีการกระตุ้นเข็มที่ 3 โดยคาดว่าจะครอบคลุมและบรรลุเป้าหมายในช่วงปลายปี

 

         จึงขอความร่วมมือประชาชนในการป้องกันตนเอง ทั้งการเว้นระยะห่าง 1-2 เมตรการสวมหน้ากากอนามัย การงดการรวมกลุ่มหรือทำกิจกรรมเสี่ยง หมั่นล้างมือและเฝ้าระวังสังเกตอาการอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้หากพบอาการผิดปกติหรือมีประวัติเสี่ยงให้เข้ารับการตรวจได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่ง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

 


เชียงใหม่พบเชื้อโควิดนำเข้าอีก7ราย

           ด้าน ดร.ทรงยศ  คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่ยังคงพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 อย่างต่อเนื่องโดยมีปัจจัยเสี่ยงจากการนำเข้าจากต่างพื้นที่ และแพร่กระจายเชื้อสู่คนในครอบครัวซึ่งเป็นรูปแบบมาตลอดเดือนมิถุนายน 2564 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง สแกน CM-CHANA และกักตัวเองโดยแยกห่างหรือไม่สัมผัสกับคนในครอบครัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่คนในครอบครัว

 

           สำหรับรายละเอียดของผู้ติดเชื้อข้อมูลเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2564 จำนวน 7ราย ได้แก่ CM 4221 เป็นหญิง อายุ 49 ปีมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด ทำงานที่บริษัทอีซูซุ จังหวัดสมุทรปราการวันที่ 17 มิถุนายน เดินทางไปทำธุระที่บ้านเพื่อนในกรุงเทพมหานคร วันที่ 18มิถุนายน เดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่โดยรถยนต์ส่วนตัวกับเพื่อน 1 คน วันที่ 19มิถุนายนไปบ้านแม่ที่หมู่บ้านกาญจน์กนก 1 บ่อสร้าง วันที่ 20 มิถุนายนไปตัดผมที่ร้านปะสะวะตี และนัดซื้อของกับเพื่อน วันที่ 21 มิถุนายนจ้างหมอนวดมานวดที่บ้าน วันที่ 22 มิถุนายน ติดต่อธุระที่สำนักงานคุมประพฤติศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นวันที่ 23 มิถุนายนทราบว่าเพื่อนติดเชื้อจึงเข้ารับการตรวจและพบเชื้อ โดยมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 8 รายเป็นคนในครอบครัว 2 ราย นั่งรถมาด้วยกัน 1 ราย ในชุมชน 5 ราย อยู่ระหว่างติดตามตัวส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำคือเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ ให้เฝ้าสังเกตอาการ

 

เชียงใหม่พบเชื้อโควิดนำเข้าอีก7ราย


                CM 4222 และ CM 4223 เป็นหญิงอายุ 55 ปี และชายอายุ 26ปี เป็นแม่-ลูกกัน โดยวันที่ 13 มิถุนายนเดินทางไปร่วมงานแต่งงานที่จังหวัดสตูลกับครอบครัว 6 คนและได้เดินทางไปสนามบินหาดใหญ่เพื่อเดินทางกลับมาจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยสายการบิน Vietjetเที่ยวบินที่ VZ104 กทม.-ชม. เวลา 12.30-13.40น. วันที่ 20-23 มิถุนายนได้กักตนเองที่บ้านและทราบข่าวการเกิดคลัสเตอร์งานแต่งที่จังหวัดสตูลจึงเข้ารับการตรวจในวันที่ 24 มิถุนายน และพบเชื้อทั้ง 2 ราย มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง10 ราย เป็นสัมผัสร่วมบ้าน 6 ราย ไปงานด้วยกัน 4 รายได้ติดตามตัวเข้ารับการตรวจและกักตัวส่วนผู้เดินทางในเที่ยวบินเดียวกันให้เฝ้าสังเกตอาการ

 

              CM 4224 เป็นหญิง อายุ 19 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่เข้ารับการตรวจหาเชื้อก่อนการผ่าตัด ไม่มีอาการป่วยมีประวัติเดินทางไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่หมู่บ้านแม่กำปอง เมื่อวันที่ 13มิถุนายน ต่อมาวันที่ 16 มิถุนายน เข้ารับการตรวจอาการเจ็บข้อเท้า และเดินทางไปหาพี่ชายที่เจ็ดยอดวันที่ 17-23 มิถุนายน พักอยู่ที่บ้าน แล้วไปหาพี่ชายอีกครั้งก่อนจะไปตรวจหาเชื้อเพื่อเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลเอกชน เมื่อวันที่ 24มิถุนายน ผลตรวจพบเชื้อ จากการสอบสวนโรคพบกลุ่มเสี่ยงสูง 18 รายเป็นผู้สัมผัสร่วมบ้าน 7 ราย และกลุ่มเพื่อนอีก 11 ราย ยังไม่พบผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ

 


เชียงใหม่พบเชื้อโควิดนำเข้าอีก7ราย

CM 4225 และ CM 4226เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของผู้ป่วยรายเดิมที่เป็นนักบวชศาสนาคริสต์ที่ตรวจพบเชื้อเมื่อวานนี้โดยเป็นผู้ที่อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน 4 คน ผลเป็นลบ 1 ราย และผลเป็นบวก 2 รายโดยผู้ที่ผลเป็นลบต้องกักตัวจนครบ 14 วันและตรวจหาเชื้อซ้ำอีกรอบสำหรับผู้ป่วยรหัส CM 4225 ว่างงานพักอาศัยอยู่ที่บ้านตลอดเข้ารับการตรวจเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน เนื่องจากมีเพื่อนร่วมบ้านติดเชื้อส่วนผู้ป่วยรหัส CM 4226เป็นชาวต่างชาติเป็นครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง โดยพักอาศัยอยู่บ้านเดียวกันเดินทางไปสอน รับประทานอาหาร ไปโบสถ์ และร้านค้าต่าง ๆ พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 3 รายเป็นผู้สัมผัสร่วมบ้านผลเป็นบวก 2 ราย และผลเป็นลบ 1 รายส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในโรงเรียน และโบสถ์อยู่ระหว่างการสอบสวนโรคส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำที่ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้าโลตัสหางดงโดยขอให้เฝ้าสังเกตอาการตนเอง

CM 4227 เป็นหญิงอายุ 67 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอไชยปราการ ไม่มีอาการเป็นผู้สัมผัสกับ CM 4202 มีความเสี่ยงคือวันที่ 1-10มิถุนายน ได้ทำการเกษตรและรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน ตรวจครั้งแรกเมื่อวันที่ 17มิถุนายน ไม่พบเชื้อได้กักตนเองที่บ้านและตรวจพบเชื้อในวันที่เข้ารับการตรวจหาเชื้อก่อนครบการกักตัวมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นคนในครอบครัวจำนวน 2 รายส่วนผู้เสี่ยงต่ำที่ทำการเกษตรร่วมกัน 15 ราย ตรวจหาเชื้อทั้ง 2 ครั้งแล้วไม่พบเชื้อ


เชียงใหม่พบเชื้อโควิดนำเข้าอีก7ราย

ทั้งนี้ ประชากรกลุ่มเป้าหมายฉีดวัคซีนของจังหวัดเชียงใหม่อยู่ที่1,200,000 คน มีผู้ประสงค์ฉีด 826,171 คน คิดเป็นร้อยละ 69และมีการฉีดวัคซีนให้ชาวเชียงใหม่แล้วจำนวน 170,374 โดส 121,753 คนซึ่งในวันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน 2564 จะมีผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนอีกจำนวนมาก เนื่องจากเป็นครบกำหนดการฉีดวัคซีนเข็มที่2 หลังจากที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกไปเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2564

ดังนั้นทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้ขอความร่วมมือไปยังเทศบาลนครเชียงใหม่และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่จัดรถ Shuttle Bus วิ่งรอบเมืองตามจุดต่าง ๆบริการประชาชนฟรีเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนที่ 3 จุดฉีดใหญ่คือจุดฉีดศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ อุทยานหลวงราชพฤกษ์และห้างสรรพสินค้าพรอมเมนาดา โดยแบ่งเป็น2 เส้นทาง เส้นแรกเริ่มที่ประตูช้างเผือก สถานีขนส่งอาเขต2-สถานีรถไฟ-หอประชุมและแสดสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ7 รอบพระชนมพรรษา อุทยานหลงราชพฤกษ์-ประตูช้างเผือก,เส้นทางที่ 2เริ่มที่ประตูช้างเผือก-สถานีขนส่งอาเขต2-สถานีรถไฟ-พรอมเมนาดา รีสอร์ทมอลล์เชียงใหม่-เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ -ประตูช้างเผือก