"อนุทิน" เผย จัดหาวัคซีนไฟเซอร์และจอห์นสันฯ เพิ่ม ไม่ได้หมายความว่าแผนกาจัดหาวัคซีนไม่ได้ตามเป้า ระบุเพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ ยันมีงบดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากวัคซีน

วันนี้ (13 มิ.ย.64) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังมีความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนจากบริษัทไฟเซอร์ และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ว่า การที่ไทยยังเดินหน้าจัดหาวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หมายความว่าไทยหาวัคซีนได้ไม่เป็นไปตามเป้า เพราะอันที่จริง ยอดสั่งจองของไทยนั้นบรรลุเป้าไปแล้ว แต่เมื่อผลการศึกษาระบุว่า วัคซีนของไฟเซอร์ สามารถฉีดให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีได้ ก็ต้องพิจารณา นำเข้ามาใช้ เพื่อให้เด็กได้รับการฉีด การให้บริการที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ย่อมเป็นผลดีต่อการควบคุมโรค ในอนาคต หากทางซิโนแวค มีผลศึกษาว่าสามารถใช้กับเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไปได้ ไทยก็ต้องพิจารณา เพื่อจัดหาเข้ามาอีก การทำงานของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ทุกวันไม่เคยหยุดนิ่ง ประเทศไทยมียอดผู้ได้รับวัคซีนสูงขึ้นเรื่อยๆ เชื่อมั่นว่า ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน แต่ก็ได้เตรียมการสำหรับปีต่อไปไว้แล้ว เพราะโควิด 19 เป็นโรคใหม่ ต้องคิดนำสถานการณ์

สำหรับประชาชน ขอให้ไว้วางใจในวัคซีนที่รัฐจัดหามา เพราะเป็นวัคซีนที่ผ่านการรับรองของ WHO แล้ว และก่อนได้ใช้ ต้องผ่านการตรวจสอบของประเทศไทย ส่วนข่าวผู้เสียชีวิตหลังการรับวัคซีน ทางคณะแพทย์ จะชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างครบถ้วนว่าที่สุดแล้ว การเสียชีวิต มีความสัมพันธ์กับวัคซีนอย่างไร ทั้งนี้ ประเทศไทย มีงบสำหรับดูแลผู้ได้รับผลกระทบทางสุขภาพอันเกิดจากวัคซีนแน่นอน