เนชั่นทีวี

ข่าว

ตำรวจบุกทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว 3 จังหวัดอันดามัน ยึดที่ดินพันล้าน

20 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

ตำรวจบุกทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว 3 จังหวัดอันดามัน ยึดที่ดินพันล้าน

"บิ๊กราญ" สั่งตำรวจลุยเฟส 3 ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าวจังหวัดอันดามัน บุกยึดที่ดินภูเก็ต กระบี่ พังงา 49 ไร่ มูลค่ากว่า 1,053 ล้านบาท พบพิรุธสวมชื่อคนเสียชีวิตฮุบอสังหาฯ

"บิ๊กราญ" สั่งตำรวจลุยเฟส 3 ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าวจังหวัดอันดามัน บุกยึดที่ดินภูเก็ต กระบี่ พังงา 49 ไร่ มูลค่ากว่า 1,053 ล้านบาท พบพิรุธสวมชื่อคนเสียชีวิตฮุบอสังหาฯ

KEY

POINTS

  • ปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ 3 จังหวัดอันดามัน: ตำรวจสนธิกำลังกว่า 500 นาย บุกค้น 76 บริษัทเป้าหมายใน ภูเก็ต กระบี่ และพังงา ยึดคืนที่ดิน 89 แปลง (49 ไร่) มูลค่าสิ่งปลูกสร้างรวมกว่า 1,053 ล้านบาท พร้อมออกหมายจับ 59 หมาย และหมายค้น 60 หมาย ทั้งคนไทยและต่างชาติ

     
  • เปิดโปงกลโกงสวมสิทธิ์คนตาย-ใช้พนักงานบังหน้า: พบพฤติกรรมใช้ชื่อญาติพี่น้องหรือพนักงานเงินเดือนน้อยที่มีสิทธิประกันสังคมมาเป็นผู้ถือหุ้นแทน และเคสสะเทือนขวัญที่จังหวัดกระบี่ มีการนำลายมือชื่อของผู้เสียชีวิตไปแล้วมาปลอมแปลงเอกสารราชการเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นให้กลุ่มทุนแอฟริกาใต้

     
  • เชือด "ต้นน้ำ" ทนายและผู้สอบบัญชีรับทำเอกสารเท็จ: ขยายผลจับกุมขบวนการช่วยเหลือชาวต่างชาติ โดยมีตัวการสำคัญเป็นทนายความและผู้สอบบัญชีชาวไทยที่ทำหน้าที่จัดทำเอกสารอันเป็นเท็จเพื่อพรางสัดส่วนหุ้น โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมปูพรมขยายผลปราบปรามโมเดลนี้ทั่วประเทศ

20 มิถุนายน 2569 ศปชก.ตร. นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผนึกกำลังตำรวจภาค 8 บูรณาการกำลังกว่า 500 นาย เปิดปฏิบัติการ "ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3" เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา ปูพรมตรวจค้น 76 บริษัท ทั่วพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา หลังสืบสวนพบขบวนการทุนต่างชาติใช้คนไทยถือหุ้นแทน เพื่อบังหน้าในการกวาดซื้อและครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยผิดกฎหมาย พบหลักฐานเด็ดกลุ่มทุนโปแลนด์และแอฟริกาใต้ ร่วมมือกับทนาย-ผู้สอบบัญชีไทย ปลอมแปลงเอกสารและสวมสิทธิ์คนตายจดทะเบียนนิติกรรม


ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถอนุมัติหมายจับ 59 หมาย หมายค้น 60 หมาย นำไปสู่การบุกยึดคืนที่ดินทำเลทองรวม 89 แปลง เนื้อที่กว่า 49 ไร่ รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 1,053 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายผลปราบปรามขบวนการ "นอมินีต่างด้าว" ทั่วประเทศ

 

 

 

ศปชก.ตร. เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3” ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา  


เมื่อเวลา 06.00 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ผอ.ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำ สง.ผบ.ตร. ในฐานะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.สุขเกษม นครวิลัย ผบก.ภ.จว.กระบี่, พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ บูรณาการกำลังกว่า 500 นาย ปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3” ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ สรุปผลการปฏิบัติในวันนี้ เป้าหมายตรวจค้นที่ดิน 89 แปลง พื้นที่รวม 49 ไร่ 1 งาน 6.4 ตร.ว. รวมมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประมาณ 1,053 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 59 หมาย เป็นคนไทย 28 คน และต่างชาติ 31 คน



ศปชก.ตร. เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3” ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา

จังหวัดภูเก็ต



ตรวจพบบริษัทที่เป็นนอมินีซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งประเภทความผิดเป็น 2 กลุ่ม

 

กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 10 บริษัท ที่ดิน 4 แปลง จำนวน 2 ไร่ 1 งาน 50.5 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับชาวต่างชาติ 12 คน รวม 13 หมายจับ

 

กลุ่มที่ 2 บริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 39 บริษัท ที่ดิน 52 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 12 ไร่ 2 งาน 62.5 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายค้น 29 หมาย รวมที่ดินกลุ่มที่ 1 และ 2 จำนวน 56 แปลง เนื้อที่ 15 ไร่ 13 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 231 ล้านบาท

 

จุดสำคัญในการตรวจค้นจับกุมกลุ่มเครือข่ายบริษัท จีแมทฯ ได้แก่

 

1. บริษัท จีแมท ฮอสพิทอลิตี้ฯ ประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต ห้องชุด และบริการเช่ารถจักรยานยนต์

2. บริษัท อาบาเล่ฯ ประกอบธุรกิจร้านอาหารและร้านกัญชา

3. บริษัท ฟิตเนส ฮีโร่ฯ ประกอบธุรกิจสถานที่ออกกำลังกาย 

 


พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำ สง.ผบ.ตร.

 

 

จังหวัดพังงา

 

 

ตรวจพบบริษัทที่เป็นนอมินีซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

 

กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 9 บริษัท ที่ดิน 7 แปลง จำนวน 17 ไร่ 3 งาน 18 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 269 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 6 หมาย และหมายค้น 3 หมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติได้ 1 คน

 

กลุ่มที่ 2 บริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 1 บริษัท ที่ดิน 1 แปลง จำนวน 9 ไร่ 3 งาน 20.4 ตร.ว. เจ้าพนักงานที่ดินสาขาตะกั่วป่า ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับบริษัท อตามันฯ ซึ่งถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมูลค่าประมาณ 54 ล้านบาท

 

จุดสำคัญในการตรวจค้นจับกุม โรงแรม ซาวา บีช วิลล่า จากการตรวจสอบพบวิลล่าเปิดให้บริการ 7 หลัง มีพนักงานคอยบริการ และเก็บค่าที่พักหรือค่าตอบแทนเป็นรายวัน ซึ่งมีลักษณะเป็นการเปิดให้บริการโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมนายแอนดรูว์ สัญชาติอังกฤษ กรรมการบริษัท

 

จากการสืบสวนพบว่ามีคนไทยมีชื่อเป็นผู้จดทะเบียนบริษัทและถือหุ้นในหลายบริษัทในลักษณะถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) และมีบัตรประกันสังคม จึงมีลักษณะเป็นลูกจ้างหรือพนักงานบริษัท ซึ่งไม่มีทางที่จะมีเงินไปลงทุนหรือถือหุ้นในบริษัทต่างๆ ได้เลย และยังพบว่าคนไทยดังกล่าวเป็นกลุ่มพนักงานหรือญาติพี่น้องของกรรมการบริษัท ที่ช่วยเหลือในการใช้สิทธิของคนไทยในการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว 




ศปชก.ตร. เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3” ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา

 

 

จังหวัดกระบี่

 

ตรวจพบบริษัทที่เป็นนอมินีซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

 

กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 9 บริษัท ที่ดิน 17 แปลง จำนวน 6 ไร่ 1 งาน 12.4 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 40 หมาย และหมายค้น 13 หมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไทย 26 คน และชาวต่างชาติ 12 คน นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

กลุ่มที่ 2 บริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 8 บริษัท ที่ดิน 8 แปลง จำนวน 8 ไร่ 25.6 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาท ศาลได้อนุมัติหมายค้น 6 หมาย เพื่อเข้าตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนปากคำเกี่ยวกับการถือครองที่ดินในนามของบริษัท

 

จุดสำคัญในครั้งนี้คือการจับกุมบริษัทก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ของกลุ่มนักลงทุนสัญชาติโปแลนด์ บริษัท ทรอปิคอลเฮาส์ ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างพูลวิลล่าสไตล์โมเดิร์น และสระว่ายน้ำส่วนตัว โครงการตั้งอยู่ในทำเลทอง อาทิ เหนือคลอง หนองทะเล และเขาทอง ขายในราคาเริ่มต้น 11.5 ล้านบาท จากการสืบสวนสอบสวนพบว่าบริษัทดังกล่าวมีทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท ถือครองที่ดิน 16 แปลง ประมาณ 6 ไร่ 76.6 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าทุนจดทะเบียน

 

จากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียน มีคนไทยถือหุ้น 100% ทำให้บริษัทถือสัญชาติไทย แต่ในความเป็นจริงบริษัทดังกล่าวมี น.ส.คาทาจีนา และนายคามิล (สามี) เป็นผู้บริหารและควบคุมกิจการ แต่ได้ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยไม่ได้มีการลงทุนจริง 



ศปชก.ตร. เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3” ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา


 

อีกหนึ่งคดีสำคัญ คือการจับกุมห้างหุ้นส่วนจำกัด กันจ์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ฯ ประกอบกิจการด้านความบันเทิงและให้บริการด้านดนตรีใน จว.กระบี่ มีนายสเตฟาน สัญชาติแอฟริกาใต้ เป็นเจ้าของ แต่ได้ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยได้รับความช่วยเหลือจากนายวิเชษ ทนายความ และนางสุพรรณี ผู้สอบบัญชี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในฐานะ “ต้นน้ำ” ของขบวนการจัดทำเอกสารอันเป็นเท็จ เพื่อใช้ประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น


จากการตรวจสอบพยานหลักฐานพบว่า มีการนำลายมือชื่อของบุคคลที่เสียชีวิตแล้ว มาใช้ในเอกสารทางราชการและเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จและอำพรางการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว จากการตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้จับกุม ตรวจยึดเอกสารการจดทะเบียนบริษัท เอกสารทางบัญชี คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

 

โดยสรุปผลการปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3” ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา บริษัทที่มีลักษณะเป็นนอมินี จำนวน 29 บริษัท และบริษัทถือครองที่ดินแต่มีจำนวนผู้ถือหุ้นเป็นคนต่างด้าวมากกว่าคนไทย จำนวน 48 บริษัท ดำเนินการตามหมายและกระบวนการทางกฎหมาย ออกหมายจับจำนวน 59 หมาย ออกหมายค้นจำนวน 60 หมาย ที่ดินจำนวน 89 แปลง พื้นที่รวม 49 ไร่ 1 งาน 6.4 ตารางวา รวมมูลค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างจำนวน 1,053,518,872 บาท

 

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัย หรือเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มทุนต่างชาติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวล่าสุด