เนชั่นทีวี

ข่าว

ลุ้น "ชัชชาติ" ทุบสถิติ 2 ล้านคะแนน นิด้าโพลชี้ 3 ปัจจัยล้มยาก

20 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

ลุ้น "ชัชชาติ" ทุบสถิติ 2 ล้านคะแนน นิด้าโพลชี้ 3 ปัจจัยล้มยาก

นิด้าโพลวิเคราะห์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โค้งสอง คะแนนนิยม "ชัชชาติ" พุ่งร้อยละ 72 มีลุ้นทุบสถิติทะลุ 2 ล้านคะแนน เผย 3 ปัจจัยสุดหินที่คู่แข่งจะพลิกเกมล้มยาก

นิด้าโพลวิเคราะห์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โค้งสอง คะแนนนิยม "ชัชชาติ" พุ่งร้อยละ 72 มีลุ้นทุบสถิติทะลุ 2 ล้านคะแนน เผย 3 ปัจจัยสุดหินที่คู่แข่งจะพลิกเกมล้มยาก

KEY

POINTS

  • คะแนนนิยมชัชชาตินำโด่ง: ผลสำรวจนิด้าโพลโค้งสองระบุว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้คะแนนนิยมพุ่งสูงถึงร้อยละ 72 โดยนำในทุกกลุ่มอายุและทุกกลุ่มอาชีพ รวมถึงได้อานิสงส์จากฐานเสียงที่เลือก ส.ก. อิสระและพรรคต่าง ๆ หลั่งไหลมาให้
     
  • ลุ้นทุบสถิติ 2 ล้านคะแนน: มีการคาดการณ์ว่าหากชาวกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งคึกคักถึงร้อยละ 60-65 คะแนนดิบของนายชัชชาติมีโอกาสพุ่งทะลุ 1.9 ถึง 2.1 ล้านคะแนน ทำลายสถิติเดิมอย่างราบคาบ
     
  • 3 ปัจจัยสุดหินในการล้มแชมป์: ผู้อำนวยการนิด้าโพลชี้ว่า การจะโค่นนายชัชชาติในโค้งสุดท้ายเป็นไปได้ยากมาก เพราะต้องพึ่ง 3 ปัจจัย คือ พรรคสีส้มดึงเสียงคืนทั้งหมด, ฝั่งอนุรักษนิยมเทคะแนนรวมที่คนเดียว และต้องหา "แผลใหญ่" มาโจมตี ซึ่งเวลานี้ยังไม่พบแผลที่รุนแรงพอ

20 มิถุนายน 2569 นิด้าโพล เผยผลสำรวจ เลือกตั้งผู้ว่ากทม. โค้งสอง ชี้กระแส ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังแรงต่อเนื่องในกรุงเทพมหานคร โดย ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ คาดการณ์ว่า มีลุ้นทุบสถิติกวาดคะแนนดิบแตะ 2 ล้านคะแนน หากคนเมืองออกมาใช้สิทธิถึงร้อยละ 60 พร้อมวิเคราะห์ 3 ปัจจัยสุดหินที่คู่แข่งยากจะพลิกเกมโค่นแชมป์เก่าได้ในสัปดาห์สุดท้ายนี้

 

ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" วิเคราะห์ผลสำรวจเหตุผลที่คะแนนนิยมของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พุ่งสูงขึ้น พร้อมคาดการณ์คะแนนดิบว่ามีลุ้นแตะ 2 ล้านคะแนน หากคนเมืองออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งถึงร้อยละ 60 ขณะเดียวกันต้องจับตา "ติ่ง" มัลลิกา ที่ทำสถิติคว้าสองแสนคะแนน

 

ผศ.ดร.สุวิชา เปิดเผยกับเนชั่นทีวีถึงผลการสำรวจการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ว่า "นิด้าโพล" ได้เก็บผลสำรวจระหว่างวันที่ 15 - 17 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงโค้งที่สองของศึกเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร

 

ผลสำรวจระบุว่า นายชัชชาติได้คะแนนนิยมทั้งหมดประมาณร้อยละ 72 ซึ่งสูงกว่าโค้งแรกถึงร้อยละ 5 หมายความว่า ผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจซึ่งเดิมมีอยู่ร้อยละ 10 ได้ตัดสินใจแล้ว โดยร้อยละ 8 ในจำนวนนั้นเลือกนายชัชชาติ ทำให้คะแนนนิยมพุ่งจากร้อยละ 67 เป็นร้อยละ 72 ทั้งนี้นายชัชชาติมีคะแนนนำในทุกกลุ่ม รวมถึงทุกกลุ่มอาชีพด้วย

ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล"

 

 

โค้งสอง “ติ่ง” มัลลิกา มาแรง แซง “ดร.โจ” 

 

ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่า มีข้อสังเกตในกลุ่มอายุ 18 ถึง 25 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ เดิมคะแนนนิยมของนายชัชชาติเคยสูงถึงประมาณร้อยละ 80 แต่ปัจจุบันลดลงเหลือร้อยละ 75 ขณะที่อันดับสองที่เบียดแซงขึ้นมาคือ ดร.ติ่ง มัลลิกา จากเดิมที่เป็นรอง ดร.โจ คราวนี้สามารถแซงขึ้นมาได้ โดยคะแนนเพิ่มจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 9 ซึ่งคะแนนส่วนใหญ่ของ ดร.มัลลิกา มาจากกลุ่มผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมถึงกลุ่มคนในพื้นที่ฝั่งกรุงธนใต้และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ส่วนอันดับสามคือ ดร.โจ ที่น่าสังเกตคือได้คะแนนร้อยละ 8 เท่าเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง โดยได้คะแนนสูงจากกลุ่มคนอายุ 18 ถึง 25 ปี กลุ่มนักเรียนนักศึกษา และกลุ่มคนจากฝั่งกรุงธนเหนือ

 

นอกจากนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจคือ ดร.โจ จากพรรคประชาชน (สีส้ม) มีฐานเสียงหลักคือคนรุ่นใหม่อายุ 18 ถึง 25 ปี ในช่วงโค้งแรกนายชัชชาติได้คะแนนจากกลุ่มนี้ไปถึงร้อยละ 70-80 แต่คราวนี้ ดร.โจ สามารถดึงคะแนนคืนมาได้บางส่วน จากร้อยละ 10 เพิ่มเป็นร้อยละ 17 แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าการเลือกตั้งทั่วไปที่พรรคสีส้มเคยได้เกือบร้อยละ 80 แสดงว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ยังคงเทคะแนนให้นายชัชชาติ แม้ ดร.โจ จะดึงคะแนนกลับมาได้บ้าง แต่ยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ถัดมาคือคุณอนุชาได้ร้อยละ 3 เท่าเดิม คะแนนเริ่มคงที่ โดยคะแนนส่วนใหญ่มาจากพื้นที่กรุงเทพใต้ 



ติ่ง มัลลิกา มาแรงเหนือการคาดหมาย

กรุงเทพฯ ชั้นกลาง แหล่งขอคะแนนโค้งสุดท้าย

 

ผศ.ดร.สุวิชา ระบุว่า กลุ่มผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกใครลดลงจากร้อยละ 10 เหลือเพียงร้อยละ 2 แสดงว่าเริ่มตัดสินใจเกือบหมดแล้ว หากผู้สมัครคนใดต้องการหาคะแนนเสียงเพิ่มเติม ควรเน้นไปที่เขตกรุงเทพฯ ชั้นกลาง เนื่องจากยังมีผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจสูงถึงร้อยละ 7-8 ส่วนผู้สมัครรายอื่น เช่น หม่อมหลวงกร ได้ร้อยละ 1 และกลุ่มอื่นๆ รวมกันประมาณร้อยละ 1

 

เผยคนเลือก ส.ก. สังกัดอิสระ เทใจให้ “ชัชชาติ”

 

ผู้อำนวยการนิด้าโพล กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลสำรวจมีข้อน่าสังเกตจากการวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลกับการเลือก ส.ก. ว่าผู้ที่เลือกนายชัชชาติเป็นผู้ว่าฯ เลือก ส.ก. จากพรรคใด พบว่าผู้ที่เลือก ส.ก. อิสระ ถึงร้อยละ 83 เลือกนายชัชชาติเป็นผู้ว่าฯ

 

นอกจากนี้ ร้อยละ 67 ของผู้เลือก ส.ก. พรรคประชาชน เลือกนายชัชชาติ, ร้อยละ 45 ของผู้เลือก ส.ก. พรรคประชาธิปัตย์ เลือกนายชัชชาติ, ร้อยละ 74 ของผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือก ส.ก. เลือกนายชัชชาติ, ร้อยละ 85 ของผู้เลือกกลุ่มคนทำงาน เลือกนายชัชชาติ, ร้อยละ 81 ของผู้เลือก ส.ก. กลุ่มเพื่อไทย เลือกนายชัชชาติ และที่น่าสนใจคือร้อยละ 92 ของผู้เลือกกลุ่มเบทเทอร์แบงค็อก (Better Bangkok) เลือกนายชัชชาติเป็นผู้ว่าฯ กทม. แสดงให้เห็นว่าคะแนนนิยมจากทุกกลุ่มหลั่งไหลไปที่นายชัชชาติ 

 


“ดร.โจ” ควง “อัญชิสา” ลุยหาเสียงชุมชนบ่อนไก่ ชูนโขบายคุณภาพชีวิต-จัดการขยะชุมชน

 

“ชัชชาติ” จ่อทะลุสองล้านคะแนน หากชาว กทม. ออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก

 

ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวต่อไปว่า จากการคำนวณคะแนนดิบ โดยกรุงเทพมหานครมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดประมาณ 4.5 ล้านคน หากมีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 50 ซึ่งคาดหวังว่าจะเกินกว่านั้น แม้การเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่ตื่นเต้นเท่าครั้งก่อน เนื่องจากมีคนสองกลุ่มที่อาจไม่ออกมาใช้สิทธิ คือ กลุ่มที่สนับสนุนนายชัชชาติที่คิดว่าชนะแน่นอน และกลุ่มที่สนับสนุน ดร.มัลลิกา หรือ ดร.โจ ที่คิดว่าเลือกไปก็สู้ไม่ได้ จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิกันให้มากๆ อย่าให้อายต่างจังหวัดที่มักมีผู้มาใช้สิทธิถึงร้อยละ 70

 

"หากมีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 50 หรือประมาณ 2.25 ล้านคน และนายชัชชาติยังคงได้คะแนนร้อยละ 72 จะคิดเป็นคะแนนทั้งหมด 1.6 ล้านคะแนน ซึ่งมากกว่าการเลือกตั้งปี 2565 ที่นายชัชชาติได้ร้อยละ 52 ขณะที่ ดร.มัลลิกา จะได้ประมาณ 2 แสนคะแนน ดร.โจ ประมาณ 1.8 แสนคะแนน และคุณอนุชา ประมาณ 6.7 หมื่นคะแนน"

 

หากมีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 55 หรือประมาณ 2.4 ล้านคน นายชัชชาติจะได้ประมาณ 1.78 ล้านคะแนน ดร.มัลลิกา ได้ประมาณ 2.22 แสนคะแนน ดร.โจ ได้ประมาณ 1.9 แสนคะแนน และคุณอนุชา ได้ประมาณ 7.4 หมื่นคะแนน

 

"ถ้ามีคนมาใช้สิทธิร้อยละ 60 หรือประมาณ 2.7 ล้านคน นายชัชชาติจะได้คะแนนประมาณ 1.9 ล้านคะแนน ดร.มัลลิกา ได้ประมาณ 2.4 แสนคะแนน ดร.โจ ได้ประมาณ 2.2 แสนคะแนน และคุณอนุชา ได้ประมาณ 8.1 หมื่นคะแนน"

 

"หากคนมาใช้สิทธิร้อยละ 65 หรือประมาณ 2.9 ล้านคน นายชัชชาติจะได้คะแนนทะลุ 2.1 ล้านคะแนน ดร.มัลลิกา ได้ประมาณ 2.6 แสนคะแนน ดร.โจ ได้ประมาณ 2.3 แสนคะแนน และคุณอนุชา ได้ประมาณ 8.7 หมื่นคะแนน"

 

ผู้อำนวยการนิด้าโพล กล่าวว่า หากมองโลกในแง่ดีว่ามีผู้มาใช้สิทธิถึงร้อยละ 70 หรือประมาณ 3.1 ล้านคน นายชัชชาติจะได้คะแนนทะลุไปถึง 2.2 ล้านคะแนน ดร.มัลลิกา ได้ 2.28 แสนคะแนน ดร.โจ ได้ประมาณ 2.25 แสนคะแนน และคุณอนุชา ได้ประมาณ 9.4 หมื่นคะแนน ซึ่งตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นได้อีกเนื่องจากยังมีผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจอีกร้อยละ 2

 

ชี้ 3 ปัจจัยสุดหิน โค่น “ชัชชาติ” โค้งสุดท้าย

 

ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่า คะแนนดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากยังเหลือเวลาอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งการจะโค่นนายชัชชาติลงได้นั้นขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก คือ

 

1. พรรคสีส้มต้องดึงคะแนนเสียงที่เคยเทไปให้นายชัชชาติกลับคืนมาให้หมด ซึ่งเป็นไปได้ยากมากในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว เนื่องจากกลุ่มคนรุ่นให้อายุ 18 ถึง 35 ปี เทคะแนนให้นายชัชชาติไปแล้วถึงร้อยละ 70-80

 

2. กลุ่มอนุรักษนิยม (คอนเซอร์เวทีฟ) ต้องรวมคะแนนเสียงให้ผู้สมัครคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียว และพรรคสีส้มต้องดึงคะแนนกลับมาได้มากพอจนทำให้คะแนนของนายชัชชาติลดลงต่ำกว่ากลุ่มอนุรักษนิยม จึงจะสามารถล้มนายชัชชาติได้

 

3. ต้องหาประเด็นโจมตีหรือ "แผล" ของนายชัชชาติที่ใหญ่กว่าที่ผ่านมา เพราะประเด็นเรื่องระบอบอากงหรือเครื่องออกกำลังกายยังไม่รุนแรงพอ เปรียบเสมือนแค่เข็มทิ่ม ปิดพลาสเตอร์สามวันก็หาย หากจะล้มได้จริงต้องเป็นประเด็นที่รุนแรงและส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วง

 

"เหลือเวลาอีกประมาณสิบวัน หากทำได้ก็มีโอกาสล้มได้แน่นอน แต่ถ้าหาไม่เจอ ผมคงต้องบอกว่าเกมนี้มันจบแล้วครับนาย"

ข่าวล่าสุด