เมื่อกลับเข้ามาประชุมกันใหม่ สรุปว่าให้ใช้สูตรตั้งตัวแทนของ ครม.กับรัฐบาลไปก่อน จากนั้นจึงต่อด้วยพรรคเพื่อไทย ทำให้รองประธานคนที่ 1 ถึงคนที่ 5 เป็นของรัฐบาล โดย นางนาที ได้เป็นรองประธานคนที่ 4 ส่วนนายประเสริฐ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ไปเป็นรองฯ คนที่ 6 / ที่สำคัญรองประธานฯทั้งหมด มีถึง 22 คน เรียกว่าแจกจ่ายกันถ้วนหน้าเกือบทุกพรรค
คุณผู้ชมอาจจะสงสัยว่า แค่ตำแหน่งรองประธานฯ ทำไมต้องแย่งกัน / หรือว่าแย่งเบี้ยประชุม / เรื่องนี้ "ทีมข่าวข้นคนข่าว" ได้ข้อมูลจาก ส.ส.ในสภาว่า สาเหตุที่แย่งกัน / เรื่องเบี้ยประชุมไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเบี้ยประชุมแต่ละนัด จะอยู่ที่ 1,500 บาทเท่านั้น แต่รองประธานฯ จะได้ไปเป็น "ประธานอนุกรรมการ" ที่จะมีการตั้งขึ้นหลังจากนี้ แล้วกระจายกันไปพิจารณางบประมาณตามแผนงานโครงการต่างๆ ซึ่งมีหลากหลายแผน ใช้คณะกรรมาธิการชุดใหญ่คณะเดียวพิจารณาไม่ทัน ต้องมีอนุกรรมาธิการช่วย
ประธานอนุกรรมาธิการพวกนี้ จะมีเพาเวอร์มาก เพราะจะพิจารณาลงลึกไปถึงโครงการและแผนงานของกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ และยังมีอำนาจในการปรับลด หรือตัดงบประมาณด้วย
เหตุนี้เองหน่วยงานที่ต้องการรักษางบไว้ ไม่ถูกตัด / จึงต้องมาวิ่งเต้นล็อบบี้กับประธานอนุกรรมาธิการฯ บางทีก็มีแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน เช่น ถ้างบผ่าน จะจัดโครงการให้ไปลงในพื้นที่เลือกตั้งของประธานอนุฯ หรือพรรคการเมืองต้นสังกัดของประธานอนุฯ แบบนี้เป็นต้น
หรือบางกรณี ก็มีการเรียกเงินสดกันดื้อๆ เลย / อย่างเช่นที่มีข่าวอื้อฉาว อธิบดีกรมน้ำบาดาล แฉเมื่อปีที่แล้ว ถ้ายังจำกันได้ ว่ามีการโทรศัพท์เรียกเงิน 5 ล้านบาท แลกกับการผ่านงบ / นี่คือสาเหตุที่ทำให้ตำแหน่งพวกนี้มีการแก่งแย่งกันอย่างดุเดือด