นางรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่า ประสบการณ์ใช้ยาฟ้าทะลายโจรทะลายโควิดของประชาชนไม่ต้องถึง 180 มก./วัน แต่เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.มีประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เรื่องบัญชียาหลักแห่งชาติ (ฉบับที่2) ให้เพิ่มเติมรายการยาจากสมุนไพรในบัญชีแนบท้าย เป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ ด้านสมุนไพร ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกุล รมว.สาธารณสุข
หนึ่งในนั้นมีบัญชียาสารสกัดจากสมุนไพรฟ้าทะลายโจร และยาจากผงฟ้าทะลายโจร รูปแบบแคปซูลและเม็ด โดยรับประทานในขนาดยาที่มีปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ 180 มก./วัน แบ่งให้วันละ 3 ครั้ง ใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง โดยให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์แผนปัจจุบัน) เป็นผู้ใช้ และให้มีการติดตามประเมินประสิทธิผลและความปลอดภัยหลังการใช้อย่างเป็นระบบ
แต่การทดลองทางคลินิกของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้มีการจ่ายยาฟ้าทะลายโจรในขนาดที่มีปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ 60 มก./วัน ให้กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด ที่ไม่แสดงอาการ และเป็นปริมาณยาที่ลดลงจากขนาดการใช้ที่ระบุในประกาศทางการถึง 3 เท่า
กลับไม่ปรากฎว่า มีการระบุถึงขนาดการใช้นี้ ที่มีสารแอนโดรกราโฟไลด์ 60 มก./วันไว้ในประกาศดังกล่าว ซึ่งเป็นปริมาณที่ประชาชนใช้กันอยู่แล้ว และได้ผลดี การประกาศขนาด 180มก./วัน อันเป็นขนาดการใช้ที่สูงกว่าขนาดปกติถึง 3 เท่าตัว อาจทำให้มีการจ่ายยาที่สูงเกินขนาดที่มีความปลอดภัยหรือไม่
ขณะนี้ประเทศตกอยู่ภายใต้วิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด ที่ผู้บริหารประเทศควรแสดงวิสัยทัศน์ให้เกิดการบูรณาการร่วมด้วยช่วยกัน ทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย แต่การกำหนดมาตรฐานยาสมุนไพรที่กีดกั้นวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและแผนไทยประยุกต์เช่นนี้ มีแต่การทำลายประโยชน์ของประชาชน และถูกตั้งข้อสงสัยได้ว่า มีการตั้งธง ล็อคเสปคยาฟ้าทะลายโจรที่มีสารแอนโดรกราโฟไลด์สูงถึง 180มก./วัน ทั้งที่ไม่มีที่มาที่ไปว่ากำหนดจากอะไร นอกเสียจากว่าต้องการกำจัด"ผงฟ้าทะลายโจร"ที่ประชาชนเคยใช้ ให้เหลือแต่ "ยาสารสกัด" ที่เอื้อธุรกิจยาขนาดใหญ่ใช่หรือไม่