เนชั่นทีวี

ข่าว

รถชนหัวเละพ่อคิดว่าลูกชายตายนำร่างจัดงานศพที่บ้านที่แท้เป็นลูกคนอื่น

02 มิ.ย. 2564

รถชนหัวเละพ่อคิดว่าลูกชายตายนำร่างจัดงานศพที่บ้านที่แท้เป็นลูกคนอื่น

หนุ่มวัย 38 ชาว อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ หายจากบ้าน 3 วัน บังเอิญมีอุบัติเหตุรถชนคนตายหน้าเละแขนขาขาด พ่อไปดูศพที่เกิดเหตุเห็นรอยสักที่แขนคิดว่าลูกชายให้กู้ภัยนำร่างกลับมาจัดงานศพที่บ้าน ญาติร้องไห้ระงม จู่ๆ หนุ่มขับ จยย.บรรทุกหญ้ากลับมาบ้านเล่นเอาช็อกกันทั้งงาน เจ้าตัวงงเห็นรูปตัวเองหน้าโลงบอก "กูตายแล้วเหรอ" ก่อนนำศพกลับ รพ.พี่สาวหนุ่มหมู่บ้านใกล้กันมาดูยืนยันเป็นศพน้องชาย

2 มิถุนายน 2564 ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก  "สำรวย   ยอดฟ้าอิน" โพสต์เรื่องราวฮือฮาที่ขำไม่ออก  โดยระบุข้อความว่า "เกิดอุบัติเหตุช่วง 23.00 น. ของมื้อคืนนี้ครับ รถสิบล้อชนคนตาย  หัวเละ  พอดีทางบ้านซาดมีคนหายเป็นคนขี้เหล้า  บ่ได้เข้าบ้านแต่มื้อคืน ทางบ้านกะนึกว่าศพที่โดนรถเหยียบอาจจะแม่นลูกชายจะของที่หายไป  กับแขนมีรอยสักบ่งบอกของรูปลักษณ์เป็นอย่างดี  ทางเจ้าหน้าที่กะเลยจัดส่งศพที่ว่ามาไว้ทางบ้านตามที่ญาติพี่น้องบอกมา   กะเลยพากันเตรียมงานหาหมู  หาเหล้ายามาไว้  กะพากันจัดสรรฆ่าไปโตนึ่งพุ่นละ  เต้นกะกางไปหลายหลังเติบ  แต่เหตุการณ์กับมาพลิกผัน  คนที่ว่าหายกลับมาบ้านช่วงสายของมื้อเช้านี่เอง   เฮ็ดให้คนในหมู่บ้านตกใจพอสมควร  พอดีหมู่บ้านข้างๆ กันคนกะหายไปพอดี  กับรอยสักกะคือกัน  กะเลยเรียกญาติพี่น้องเขามาเบิ่ง กับชุดที่สวมใส่ในที่เกิดเหตุตรงกันเป๊ะ   เขากะเลยทำการย้ายศพกันไปอีกหมู่บ้านนึ่งกะประมาณนี้แหล่ะครับ"              

รถชนหัวเละพ่อคิดว่าลูกชายตายนำร่างจัดงานศพที่บ้านที่แท้เป็นลูกคนอื่น



จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้โพสต์  คือ นายสำรวย   ยอดฟ้าอิน  ชาวบ้านซาด  ต.สระบัว  อ.แคนดง  จ.บุรีรัมย์   ก็เล่าให้ฟังว่า  เมื่อคืนประมาณ 5 ทุ่มได้เกิดอุบัติเหตุรถชนคนเสียชีวิตที่ถนนสายแคนดง - สตึก  บริเวณบ้านหนองหัวแคน  ต.สระบัว  สภาพศพศีรษะเละจนจำหน้าผู้เสียชีวิตไม่ได้ว่าเป็นใคร  กระทั่งมีญาติของนายสงัด  สายวัน   หรือล้าน  อายุ  35  ปี  ซึ่งหายออกจากบ้าน 3 วันแล้วจึงเข้าใจว่าเป็นศพของนายสงัด  ที่หายจากบ้าน   เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรียบร้อย จึงให้กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน  แต่พอช่วงสายนายสงัด  ซึ่งทางญาติคิดว่าเสียชีวิตแล้วได้ขับรถจักรยานยนต์พ่วงรถเข็นกลับมาที่บ้าน  ก็สร้างความตกใจให้กับญาติและชาวบ้านที่ไปร่วมงานศพ  ทั้งงงว่าถ้านายสงัด  ไม่ได้เสียชีวิตแล้วในโลงเป็นศพของใคร               

เมื่อเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 51  บ้านซาด  ต.สระบัว  ซึ่งเป็นบ้านของนายสงัด  หรือล้าน   ที่ญาติเข้าใจว่าเป็นศพที่ถูกรถชนเสียชีวิต  ก็พบว่าได้มีการตั้งเต็นท์จัดงานศพจริง  และมีชาวบ้านมาช่วยกันประกอบอาหารเพื่อไว้สำหรับเลี้ยงญาติพี่น้องและแขกที่มาช่วยงาน  ที่สำคัญพบรูปถ่ายของนายสงัด  ที่เขียนระบุวันชาตะ  และมรณะ ไว้เรียบร้อยเพื่อใช้สำหรับตั้งหน้าโลงศพ  และสถานที่สำหรับสวดศพที่ญาติได้นิมนต์พระมาสวดไปแล้ว   แต่โลงศพและศพผู้เสียชีวิตในโลง  ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นศพของนายวุฒิชัย   พูนวงษ์  อายุ 35 ปี  ชาวบ้านหนองหัวแคน  ต.สระบัว   ได้ส่งกลับไปที่โรงพยาบาลและญาติของนายวุฒิชัย   ผู้ที่เสียชีวิตจริงๆ ได้รับกลับไปประกอบพิธีที่บ้านแล้ว     

รถชนหัวเละพ่อคิดว่าลูกชายตายนำร่างจัดงานศพที่บ้านที่แท้เป็นลูกคนอื่น


สอบถามนายสงัด  หรือล้าน   คนที่ญาติและชาวบ้านคิดว่าเสียชีวิต  บอกว่า  ตนเองไปหยอดน้ำกรดและกรีดยางช่วยเพื่อนที่บ้านยางน้อยจึงนอนที่บ้านเพื่อนไม่ได้กลับบ้าน 3 วัน กระทั่งเมื่อช่วงสายได้ขับ จยย.ใส่รถเข็นพ่วงท้ายหญ้ามาให้ควายด้วย  พอมาถึงก็เห็นที่บ้านมีการตั้งเต็นท์คนเต็มบ้าน  ตอนแรกก็คิดว่าคนในบ้านเสียชีวิต   แต่พอเดินเข้าไปกลับพบรูปหน้าศพเป็นรูปของตัวเอง  ก็ตกใจทั้งญาติและชาวบ้านเองก็ตกใจที่เห็นตัวเองเหมือนกัน   ก็พูดติดตลกไปว่า "นี่กูตายแล้วเหรอ"   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คิดว่าพ่อน่าจะเข้าใจผิดคิดว่าคนที่ถูกรถชนเสียชีวิตเป็นตนเอง  จึงนำกลับมาจัดงานศพที่บ้าน 

รถชนหัวเละพ่อคิดว่าลูกชายตายนำร่างจัดงานศพที่บ้านที่แท้เป็นลูกคนอื่น



ด้านนายไพรัตน์  สายวัน   อายุ 61 ปี  พ่อของนายสงัด  บอกว่า  เมื่อคืนที่มีอุบัติเหตุรถชนตนก็เดินทางไปดูศพที่เกิดเหตุแต่สภาพศพถูกเหยียบจนหน้าเละจนจำไม่ได้ว่าเป็นศพใคร  แต่ตนเห็นรอยสักที่แขนของศพคล้ายกับรอยสักของลูกชาย  จึงเข้าใจว่าเป็นศพลูกชายจึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนกู้ภัยจะนำศพมาส่งที่บ้าน   พอรุ่งเช้า ผญบ.ก็ประกาศเสียงตามสายว่าลูกชายตนเสียชีวิต  ก็มีชาวบ้านมาช่วยตั้งเต็นท์  ทำอาหารจัดงานศพ และนิมนต์พระมาสวดเรียบร้อย   กระทั่งเกือบเที่ยงลูกชายก็ขับ จยย.บรรทุกหญ้ามาที่บ้าน  ทุกคนต่างก็ตกใจช็อกกันทั้งงาน   จากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อนำศพส่งไปยัง รพ.  แล้วมาทราบภายหลังว่าศพที่ตายเป็นชาวบ้านใกล้เคียง   และญาติได้มาติดต่อรับกลับไปบำเพ็ญกุศลแล้ว  ส่วนหมู และอาหารที่สั่งมาก็จะถือโอกาสประกอบหาร ไว้ทำบุญบ้านและสะเดาะเคราะห์ให้กับลูกชายไปในตัวเลย

รถชนหัวเละพ่อคิดว่าลูกชายตายนำร่างจัดงานศพที่บ้านที่แท้เป็นลูกคนอื่น



จากนั้นได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 73 ม.3 บ.หนองหัวแคน  ซึ่งญาติกำลังทำพิธีสวดอภิธรรมศพ นายวุฒิชัย   พูนวงษ์  อายุ 35 ปี  ผู้ที่เสียชีวิตตัวจริง ก็มีญาติและเพื่อนบ้านมาร่วมงานต่างก็พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ขณะที่นางประถม   พูนวงษ์   พี่สาวคนตาย  บอกว่า  ปกติอยู่บ้านคนละหลังกับน้องชาย  ได้ข่าวว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนคนแต่ไม่ได้ไปดูที่เกิดเหตุ   เพราะไม่ได้คิดว่าเป็นน้องชายตัวเอง   กระทั่งมารู้ทีหลังว่าน้องของตนเองไม่ได้กลับบ้านเมื่อคืน   และมีคนมาบอกว่าศพที่ถูกรถชนไม่ได้ศพของนายสงัด  เพราะนายสงัด กลับมาบ้านแล้ว  แต่น่าจะเป็นศพของน้องชาย ตนเองมากกว่า  จึงได้เดินทางไปดูที่ รพ.ก็จำรอยแผลเป็นที่มือ ที่เท้า และเสื้อผ้าของน้องชายได้  จึงยืนยันกับเจ้าหน้าที่และขอรับศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน  ก็ไม่มีใครคิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร   แค่อยากให้คนที่ขับรถชนน้องชายเสียชีวิตมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น