สอบถามนายสงัด หรือล้าน คนที่ญาติและชาวบ้านคิดว่าเสียชีวิต บอกว่า ตนเองไปหยอดน้ำกรดและกรีดยางช่วยเพื่อนที่บ้านยางน้อยจึงนอนที่บ้านเพื่อนไม่ได้กลับบ้าน 3 วัน กระทั่งเมื่อช่วงสายได้ขับ จยย.ใส่รถเข็นพ่วงท้ายหญ้ามาให้ควายด้วย พอมาถึงก็เห็นที่บ้านมีการตั้งเต็นท์คนเต็มบ้าน ตอนแรกก็คิดว่าคนในบ้านเสียชีวิต แต่พอเดินเข้าไปกลับพบรูปหน้าศพเป็นรูปของตัวเอง ก็ตกใจทั้งญาติและชาวบ้านเองก็ตกใจที่เห็นตัวเองเหมือนกัน ก็พูดติดตลกไปว่า "นี่กูตายแล้วเหรอ" เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คิดว่าพ่อน่าจะเข้าใจผิดคิดว่าคนที่ถูกรถชนเสียชีวิตเป็นตนเอง จึงนำกลับมาจัดงานศพที่บ้าน
ด้านนายไพรัตน์ สายวัน อายุ 61 ปี พ่อของนายสงัด บอกว่า เมื่อคืนที่มีอุบัติเหตุรถชนตนก็เดินทางไปดูศพที่เกิดเหตุแต่สภาพศพถูกเหยียบจนหน้าเละจนจำไม่ได้ว่าเป็นศพใคร แต่ตนเห็นรอยสักที่แขนของศพคล้ายกับรอยสักของลูกชาย จึงเข้าใจว่าเป็นศพลูกชายจึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนกู้ภัยจะนำศพมาส่งที่บ้าน พอรุ่งเช้า ผญบ.ก็ประกาศเสียงตามสายว่าลูกชายตนเสียชีวิต ก็มีชาวบ้านมาช่วยตั้งเต็นท์ ทำอาหารจัดงานศพ และนิมนต์พระมาสวดเรียบร้อย กระทั่งเกือบเที่ยงลูกชายก็ขับ จยย.บรรทุกหญ้ามาที่บ้าน ทุกคนต่างก็ตกใจช็อกกันทั้งงาน จากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อนำศพส่งไปยัง รพ. แล้วมาทราบภายหลังว่าศพที่ตายเป็นชาวบ้านใกล้เคียง และญาติได้มาติดต่อรับกลับไปบำเพ็ญกุศลแล้ว ส่วนหมู และอาหารที่สั่งมาก็จะถือโอกาสประกอบหาร ไว้ทำบุญบ้านและสะเดาะเคราะห์ให้กับลูกชายไปในตัวเลย
จากนั้นได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 73 ม.3 บ.หนองหัวแคน ซึ่งญาติกำลังทำพิธีสวดอภิธรรมศพ นายวุฒิชัย พูนวงษ์ อายุ 35 ปี ผู้ที่เสียชีวิตตัวจริง ก็มีญาติและเพื่อนบ้านมาร่วมงานต่างก็พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่นางประถม พูนวงษ์ พี่สาวคนตาย บอกว่า ปกติอยู่บ้านคนละหลังกับน้องชาย ได้ข่าวว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนคนแต่ไม่ได้ไปดูที่เกิดเหตุ เพราะไม่ได้คิดว่าเป็นน้องชายตัวเอง กระทั่งมารู้ทีหลังว่าน้องของตนเองไม่ได้กลับบ้านเมื่อคืน และมีคนมาบอกว่าศพที่ถูกรถชนไม่ได้ศพของนายสงัด เพราะนายสงัด กลับมาบ้านแล้ว แต่น่าจะเป็นศพของน้องชาย ตนเองมากกว่า จึงได้เดินทางไปดูที่ รพ.ก็จำรอยแผลเป็นที่มือ ที่เท้า และเสื้อผ้าของน้องชายได้ จึงยืนยันกับเจ้าหน้าที่และขอรับศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน ก็ไม่มีใครคิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร แค่อยากให้คนที่ขับรถชนน้องชายเสียชีวิตมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น