"ประยุทธ์" มั่นใจการอภิปรายพ.ร.บ.งบ 65 เป็นไปด้วยดี ระบุ เฉยๆ พรรคร่วมรบ. อภิปรายถล่มงบปี 65 แจง เป็นธรรมดาในสภาฯ พอมีไมค์"องค์ลง" ฟุ้งสัมพันธ์พรรคร่วมยังแน่นแฟ้น

วันนี้ (2 มิ.ย.64) ที่รัฐสภา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ว่า ตนมั่นใจว่าเป็นไปได้ด้วยดี เพราะในเรื่องของพ.ร.บ.จะผ่านคณะกรรมาธิการ (กมธ.) อีก 2 ครั้ง แต่ข้อสำคัญจะมีความแตกต่างคือ ในสมัยเรา ที่ทำมาคืองบประมาณมีการแปรญัตติแล้ว ถ้าไม่ผ่านก็จะกลับมาสู่ฝ่ายบริหารอีกครั้ง เพื่อพิจารณาโครงการที่ยังไม่ได้งบประมาณ หรือเพิ่มงบในหน่วยงานต่างๆ ฉะนั้นการบริหารเงินงบประมาณไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างที่หลายคนพูด ที่สำคัญงบประมาณไม่ได้กลับมาแล้วนำกลับไปทำโครงการใหม่ของใครก็ได้

เมื่อถามว่าไม่น้อยใจใช่หรือไม่ที่พรรคร่วมรัฐบาลอภิปรายไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า เฉยๆ เป็นธรรมดาที่ส.ส.เขาอยากให้พื้นที่เขา ใครอยากให้ใครได้ประโยชน์ก็เป็นเรื่องของการเมือง แต่ตนพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ซึ่งจะเห็นว่าทุกจังหวัดตนดูแลและอาจจะดูแลมากกว่าสมัยก่อนด้วยซ้ำไป ใครจะเลือกไม่เลือกตนก็ให้หมดแต่มากน้อยก็ตามศักยภาพของเขา

พลเอกประยุทธ์ ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ว่า ยังแน่นแฟ้นดีอยู่มีการพูดคุยกันตลอด ทั้งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนอกครม. ทำความเข้าใจกัน อะไรที่มากน้อยกันหน่อยเกินกันหน่อยก็ไปแก้ก็รับปากกันแล้ว เป็นธรรมดาในสภา พอมีไมค์องค์สิงองค์ลง ก็พยายามทำให้ชิน ทำใจให้ได้ เพราะเข้าใจว่าทุกวันนี้ทุกคนต้องการประชาธิปไตย ตนเองเต็มที่ อดทนรับฟังแต่ไม่ใช่จะว่าเขาทั้งหมด เพราะยังมีเกล็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่ตนต้องเอามาคิดเพิ่มว่าจะต้องใช้วิธีไหนแก้ปัญหาต่อไป

พลเอกประยุทธ์ กล่าวต่อ ซึ่งมีหลายเรื่องที่มีวิธีการคิดไม่เหมือนกัน ส่วนวิธีการบริหารก็อีกเรื่องหนึ่ง หลายคนที่พูดมาก็ไม่ได้คำนึงถึงกติกากฎหมาย ซึ่งดูเหมือนดีแต่ก็ต้องกลับมาย้อนดูในเรื่องกฎหมายว่าทำได้หรือไม่ เพราะถ้าพูดไปประชาชนไม่เข้าใจแล้วก็จะทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ทั้งของเก่าของใหม่ วันนี้เราทำทุกอย่างที่เป็นแผนนโยบายของรัฐบาลไม่ใช่ว่าจะไปทำเพื่อให้ได้งบประมาณแต่มันต้องวางอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนายกฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ซึ่งเป็นช่วงจังหวะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินทางมาถึงสภาฯและได้หยุดยืนฟังสัมภาษณ์อยู่ข้างหลังนายกฯ ด้วย