นางนันทา แย้มสำรวล ได้โชว์หลักฐานการโอนเงินพร้อมกับเปิดเผยว่า ในเดือนเมษายน 2561 นายธีธัชได้บอกกับตนเองว่าทางสถานีฯได้ค้างเงินค่าอาหารเลี้ยงสัตว์ป่า 30,000 บาท งบประมาณยังเบิกมาไม่ได้ จึงได้ขอร้องให้ตนเองไปหาเงินกู้มาให้ก่อนแล้วจะจ่ายคืนให้พร้อมดอกเบี้ยภายใน 2 เดือน จากนั้นในเดือนมิถุนายน 2561 ก็อ้างเหตุผลเดิมให้ไปกู้มาอีก 30,000 บาท ตนเองต้องจำใจไปหากู้เงินมาให้โดยโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาหลังสวน จ.ชุมพร ชื่อนายธีธัช ดำอุดม ทั้งสองครั้ง ที่ตนเองต้องไปกู้เงินให้นั้นเพราะเกรงว่าจะโดนกลั่นแกล้งในการทำงานหรืออาจจะไม่ได้รับการต่อสัญญาจ้าง
จากนั้นตนเองก็ทวงถามเพื่อต้องการนำเงินไปชำระคืนเจ้าหนี้ นายธีธัช ก็บ่ายเบี่ยงอ้างเหตุผลสารพัด พร้อมกับทำอารมณ์เสียเพิ่มงานต่างๆให้ตนเองทำหนักกว่าคนอื่นตลอด จนกระทั่งนายธีธัช ได้ย้ายไปปฏิบัติในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตนเองก็ไม่สามารถติดต่อได้ ที่ผ่านมาต้องเหนื่อยมาก ลำบากมาก ต้องยอมอดเพื่อเก็บเงินผ่อนชำระหนี้เงินกู้ทั้งต้นและดอกเบี้ยคืนให้เจ้าหนี้จนหมด และเมื่อต้นปี2563 เคยเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือต่อสำนักงานอัยการจังหวัดพังงา และได้รับความช่วยเหลือติดต่อไกล่เกลี่ยให้ ซึ่งนายธีธัชก็ติดต่อกลับมาพร้อมกับต่อว่าทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่และได้รับปากว่าจะโอนเงินคืนให้เดือนละ3,000 บาท ซึ่งขณะนี้ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้วได้มีการโอนเงินคืนกลับมาให้เพียง18,000บาทเท่านั้น ตนเองจึงอยากขอวิงวอนให้นำเงินมาจำนวน42,000บาทมาคืนให้ก่อนเกษียณ เพราะเมื่อเกษียณตนเองก็ไม่มีเงินเก็บจะมีแต่เงินผู้สูงอายุเดือนละ600 บาทเท่านั้น