นายณรงค์ กล่าวอีกว่า แนวทางในการเตรียมความพร้อมเปิดเมืองนั้น ประชาชนในพื้นที่ 4อำเภอนำร่อง ต้องได้รับการฉีดวัคซีน Sandbox จำนวน 286,383คน หรือร้อยละ 70 ภายในเดือนเดือนมิถุนายน -กรกฎาคม 2564 และผู้ให้บริการท่องเที่ยวต้องได้มาตรฐาน SHA และ SHA PLUSขณะนี้่เชียงใหม่มีจำนวนกว่า 800 แห่งแล้ว โดยมีความคาดหวังในช่วง5 เดือนสุดท้ายของปี หากจังหวัดเชียงใหม่เปิดเมืองได้ตามแผนนั้น จะฟื้นฟูเที่ยวบินเข้าออก จากปัจจุบันเฉลี่ยวันละ 40 บิน จะเพิ่มเป็นวันละ 150 เที่ยวบิน และ สามารถเพิ่มผู้โดยสารเข้าออกสนามบินเฉลี่ย จากปัจจุบัน วันละ 1,500 คน จะเพิ่มเป็นวันละ 10,000 คนต่อวัน
ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยว จากเดิม 100,000 คน แต่ในช่วง5เดือนสุดท้ายของปีนี้จะเพิ่มเป็น 600,000 คน ,เพิ่มรายได้ธุรกิจโรงแรมจากเดิม2,500 ล้านบาท จะเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท เพิ่มรายได้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม จากเดิม 1,750ล้านบาท จะเพิ่มเป็น3,500 ล้านบาท,เพิ่มรายได้จากการช้อปปิ้ง จากเดิม 2,00ล้านบาท จะเพิ่มเป็น4,000 ล้านบาท และเพิ่มรายได้ท่องเที่ยวรวมเป็น 18,000 ล้านบาทใน5เดือนสุดท้ายของปีนี้ และเพิ่มการจ้างงานด้านท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 60,000 ตำแหน่ง และแรงงานมีรายได้หมุนเวียน 1,500 ล้านบาทใน 5 เดือนสุดท้ายของปีนี้
สิ่งสำคัญในด้านมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขนั้น จะเห็นได้ว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดระลอก3ในเดือนเมษายน 2564 นั้น จังหวัดเชียงใหม่มีมาตรการเผชิญเหตุในระดับดี โดยมีโรงพยาบาลรัฐในสังกัดกว่า 24 แห่งโรงพยาบาลรัฐนอกสังกัด7 แห่ง โรงพยาบาลเอกชน 11 แห่ง มีโรงพยาบาลสนาม 2,770 เตียงICU for COVID-19 จำนวน 66 เตียง,Cohort ward 300 เตียง,ห้องแยกเดี่ยว 121 ห้อง ,ห้องความดันลบ 69 ห้อง,โรงแรม ALQ 1 แห่ง 130 ห้อง และรอการประเมิน 3 แห่ง อีก 230 ห้อง และใช้เวลาในการบริการจัดการลดการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วภายใน 2เดือน