พรุ่งนี้ (1 มิถุนายน) มาเลเซียจะปิดศูนย์การค้าและโรงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มข้นล่าสุดนาน 2 สัปดาห์ เพื่อควบคุมตัวเลขการติดเชื้อและเสียชีวิตที่ทำสถิติพุ่งสูงกว่า 9,000 คน และเสียชีวิต 98 คน เมื่อวันเสาร์

ประชาชนในมาเลเซีย จะถูกจำกัดการเดินทางให้อยู่ภายในรัศมี 10 กิโลเมตร บริเวณเคหะสถาน และอนุญาตให้สมาชิกเพียง 2 คน ของครอบครัว ออกไปซื้อสิ่งของจำเป็น ที่รวมทั้ง ของชำและยา และเข้ารับบริการที่จำเป็น เช่น บริการสาธารณสุขและการเงิน
นายอิสมาอิล ซาบรี ยาค็อบ รัฐมนตรีอาวุโสด้านความมั่นคง แถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีเพียง 17 ภาคธุรกิจที่จะได้รับอนุญาตให้ดำเนินการได้ ซึ่งใกล้เคียงกับการชัตดาวน์ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมปีที่แล้ว ที่ห้ามการดำเนินกิจกรรมทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม 
ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้เปิดต่อไปได้ รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม ที่ให้บริการเฉพาะซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรีเท่านั้น, ผู้ให้บริการด้านสาธารณูปโภค, การขนส่ง, ธนาคาร, อี-คอมเมิร์ซ, โทรคมนาคมสื่อสารที่ครอบคลุมสื่อและบริการไปรษณีย์ และอยู่ภายในกำหนดเวลาตั้งแต่ 08.00-20.00 น. เท่านั้น ซึ่งนายอิสมาอิล บอกว่า แม้ไม่ใช่เคอร์ฟิว แต่ก็หวังว่าจะไม่มีใครออกนอกบ้านหลังเวลา 20.00 น. เพราะธุรกิจปิดทำการแล้ว 
การปิดภาคเศรษฐกิจส่วนใหญ่ จะช่วยลดจำนวนคนที่ออกจากบ้านไปทำงานจาก 15 ล้านคน เหลือ 1.5 ล้านคน โรงงานส่วนใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมจะต้องปิด ยกเว้นโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าที่จำเป็น เช่น อาหารและเครื่องดื่ม และการดูแลสุขภาพ แต่ก็ต้องจำกัดขีดความสามารถในการผลิตเหลือ 60% และให้อยู่ในช่วงเวลา 08.00 -20.00 น.เท่านั้น เพราะโรงงานต่างๆ กลายเป็นแหล่งคลัสเตอร์หลักของสถานที่ทำงาน หลังจากรัฐบาลยอมให้เปิดได้ ภายใต้มาตรการควบคุมการสัญจร (MCO) ที่มีผลบังคับใช้เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม โดยอ้างความวิตกเรื่องเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเข้มงวดเกี่ยวกับใบอนุญาตเดินทางไปทำงานข้ามเขตและข้ามรัฐ ที่จะหมดอายุในวันนี้ (31 พฤษภาคม) โดยกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะออกให้ใหม่ โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 
ซึ่งการล็อกดาวน์ 2 สัปดาห์นี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ 3 เฟส โดยถ้าเฟสนี้ได้ผล เฟสต่อไปจะผ่อนคลายมากขึ้น แต่ยังคงห้ามการเดินทางและกิจกรรมทางสังคม ขณะที่สถานการณ์การระบาดล่าสุด มีผู้ติดเชื้อใหม่ 6,999 คน ติดเชื้อสะสมมากกว่า 565,500 คน เสียชีวิตมากกว่า 2,700 คน