28 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีผู้ปกครองได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อเป็นการเตือนภัยกับสังคมว่า"เตือนภัยในวัดก็ไม่ปลอดภัยเด้อ การบวชเรียนภาคฤดูร้อนของเณร พระบอกขอเวลาวันจันทร์จะสึก เราต้องรอใช่ไหม?สึกแล้วก็จะบวชใหม่ว่าสั้น ฉันจึงต้องออกมาเตือนภัย เพราะคำพูดหน้าตาเฉยไร้ยางอาย เพราะครั้งนี้ที่มันเกิดเรื่องขึ้นกับหลานไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ก็มีคนเคยโดนพระรูปนี้ทำอนาจาร ครั้งก่อนๆคนอื่นอาจจะยอมให้อภัย แต่ครั้งนี้เรื่องเกิดขึ้นกับหลาน ฉันไม่ยอมแม่ของหลานก็ยิ่งไม่ยอม ณ.ตอนนี้ชาวบ้านก็อยากให้สึกไวๆ ไม่เข้าใจที่ผ่านมาพากันหลับหูหลับตายอมให้อภัยได้ยังไง...คนต่อไปก็โดนทำอนาจารอีกจะปล่อยมันไว้เป็นมารศาสนาทำไม ยังจะยกมือไหว้ก้มลงกราบลงอีกรึไง"และรูปภาพคลิปวีดีโอของคณะกรรมการวัด,พระสงฆ์,สามเณร,เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านที่กำลังนั่งสอบถามข้อเท็จจริงภายในศาลาการเปรียญของวัด
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพบนางบี นามสมมุติ อายุ 78 ปี ยายของ ด.ช.เอ นามสมมุติ วัย 11 ปี หลานชาย ชาว ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังจากมีผู้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก และได้ร้องเรียนมากับสื่อมวลชน เพื่อให้ช่วยดำเนินการติดตามเรื่องที่ลูกชายถูกพระวัดใน อ.กุดจับทำอนาจาร
นางบี บอกว่า หลานชายเป็นลูกของลูกสาวตนที่ไปทำงานต่างจังหวัด หลังจากโรงเรียนปิดภาคเรียน หลานชายก็จะไปบวชสามเณรภาคฤดูร้อนที่วัดใน อ.กุดจับ บวชมาแล้วเป็นปีที่ 2ซึ่งในปีแรกที่ไปบวชก็ไม่มีเรื่องอะไร เพราะพักอยู่ที่กุฏิกับหลวงตาเจ้าอาวาส โดยมาปีนี้เป็นปีที่ 2 หลานชายก็ได้ไปบวชสามเณรภาคฤดูร้อนอีก และมีสามเณรรุ่นเดียวกัน 2 รูป ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านมาบวชเดียวกัน จึงได้ไปนอนที่กุฏิของพระมอ นามสมมุติ อายุ 40 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยงคอยสอนหนังสือและบทสวดมนต์ ซึ่งได้มาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้นานหลายปีแล้ว