ปัญหาคนไร้ที่พึ่งหรือคนเรร่อนที่มาอาศัยอยู่ตามสถานที่สาธารณะและวัดต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ ที่มักสร้างความรำคาญให้กับชุมชนหรือพระสงฆ์ ที่มีความเสียงเป็นพาหะของโรคระบาดอย่างไวรัสโควิด-19 ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดบึงกาฬพาตัวส่งคืนบ้านเกิดที่ จ.กาฬสินธุ์เป็นรายแรก

25 พฤษภาคม 2564 ที่วัดบุพพราชสโมสรหรือวัดกลาง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ น.ส.เจนจิรา สำแดงอาจ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดบึงกาฬ นายวัชระพันธ์ กุดกัญญา นักสังคมสงเคราะห์ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พร้อมด้วยนายภูมินทร์ ศรีโฉม ปลัดฝ่ายป้องกัน อ.เมืองบึงกาฬ นายอาทิตย์ สิริวงษ์ กำนัน ต.บึงกาฬ นายลำเนา มากเพ็งมี ผญบ.บ้านบึงกาฬ ได้นำตัว นายสีลา งามประเสริฐ อายุ 55 ปีคนไร้ที่พึ่ง ซึ่งมาพักอาศัยกินนอนอยู่ในวัดแห่งนี้ เพื่อส่งกลับภูมิลำเนาเดิมบ้านเลขที่ 10/15 ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ภายหลังหนีออกจากบ้านมาอาศัยในวัดเป็นเวลานาน 10 ปีแล้ว โดยมีเจ้าคุณพุทธิสารมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬฝ่ายมหานิกายและเจ้าอาวาสวัดบุพพราชสโมสร พร้อมด้วยอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำหมู่บ้าน (อพม.)ร่วมส่งตัวและเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ด้วย ซึ่งก่อนจะนำตัวนายสีลาขึ้นรถ นายวัชระพันธ์ นักสงคมฯ ได้พาตัวไปอาบน้ำทำความสะอาดแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า ตัดเล็บมือเล็บเท้าให้นายสีลา แล้วให้กราบลาท่านเจ้าคุณพุทธิสารมุนี เป็นการขอบพระคุณที่ให้พักอาศัยให้อาหารตลอดเวลา 10 ปีผ่านมา

ส่งคนไร้ที่พึ่งกลับบ้านเกิดหวั่นเป็นพาหะแพร่เชื้อโควิด



น.ส.เจนจิรา สำแดงอาจ ผอ.ศูนย์คุ้มครองฯ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจาก อพม.และผู้นำชุมชนว่ามีชายเร่รอนมาอาศัยอยู่ในวัดกลางเป็นเวลานานเป็นที่น่ารำคาญให้กับชุมชน พระสงฆ์ และญาติโยมที่มาทำบุญในวัด โดยบางครั้งก่อความเสียหายแก่ทรัพย์สินภายในวัด เช่น เปิดไฟฟ้า น้ำประปาทิ้ง โดยเฉพาะช่วงนี้ทุกคนก็กลัวการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบประวัติบุคคล จึงทราบชื่อนายสีลา งามประเสริฐ อายุ 55 ปีเป็นชาวกาฬสินธุ์ โดยมีแม่และพี่สาวเป็นผู้ยืนยันตัวตนให้ โดยได้หนีออกจากบ้านหลังจากการตายของพ่อด้วยความเสียใจและมีอาการทางจิต ออกตามหาหลายที่ก็ไม่พบตัว แต่ไม่ได้ประกาศคนหายไว้ ดังนั้นเมื่อทราบข้อเท็จจริงจึงพาไปตรวจสุขภาพ ตรวจหาเชื้อโรคพบว่าเป็นคนมีสุขภาพแข็งแรงดีไม่มีโรคติดต่อ จึงพาไปถ่ายบัตรประชาชนใหม่ ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ

ส่งคนไร้ที่พึ่งกลับบ้านเกิดหวั่นเป็นพาหะแพร่เชื้อโควิด


ทางด้านเจ้าคุณพระพุทธิสารมุนี รองเจ้าคณะฯ กล่าวว่าหลังจากที่นายสีลาหรือญาติโยมเรียกว่ากุยจัง (เหม็นสาบไม่ค่อยอาบน้ำ) หลังจากมาอยู่วัดที่นี่มา 10 ปี ก็ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรมากมาย พูดจารู้เรื่องแต่มีบางครั้งที่จิตใจแปรปรวน สอบถามเบื้องต้นว่ามีพ่อแม่แต่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ก็ให้ข้าวปลาอาหารกินตามปกติ ชาวบ้านบางคนก็สงสาร เพราะเป็นคนพูดน้อย ใช้งานเล็กน้อยก็ให้เงินใช้ แต่ช่วงนี้มีโรคระบาดโควิดจึงจำเป็นที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้พึ่งต้องพาตัวกลับไปที่ภูมิลำเนาจังหวัดกาสินธุ์ให้ญาติดูแลรักษาอาการทางจิตต่อไป

ส่งคนไร้ที่พึ่งกลับบ้านเกิดหวั่นเป็นพาหะแพร่เชื้อโควิด